KA-SHEN Board

::<[ศูนย์บัญชาการ KSN. ภารกิจพิชิตราชันย์]>::
 
เธšเน‰เธฒเธ™เธšเน‰เธฒเธ™  CalendarCalendar  เธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญ  เธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธ„เน‰เธ™เธซเธฒ  เธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)  เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ  เธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰  เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)  

Share | 
 

 สัตว์ในตำนาน

Go down 
เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : 1, 2  Next
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
xaviera
นักเรียนใหม่สุดแนว
นักเรียนใหม่สุดแนว
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
อายุ : 23
Localisation : ต่อให้อยากบอกคำนี้แค่ไหนเธอก็คงไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงไม่ให้อภัย แต่ก็อยากบอกว่า "ขอโทษนะ....เพื่อน"
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 7:50 am

สัตว์ในตำนาน คือสัตว์ที่ปรากฎในเทพนิยาย หรือในตำนานที่แต่งขึ้น โดยลักษณะของสัตว์ในตำนานจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว มีความสามารถและอภินิหารพิเศษ

เชื่อกันว่าสัตว์ในตำนานคือสัตว์ของเทพเจ้าหรือสัตว์ในยุคโบราณที่สูญพันธุ์ไปเเล้ว มีพลังเเละอำนาจที่เเตกต่างกัน หรือในอีกเเง่หนึ่งเป็นรูปปั้นต่างๆที่ชาวบ้านสร้างขึ้น เพราะเชื่อว่ามีอำนาจหรือกำลังที่จะช่วยปกป้องพวกเขาได้

มังกร (อังกฤษ: dragon, จากละติน: draco) เป็นสัตว์วิเศษที่รู้จักกันในวรรณคดี มีรูปร่างลักษณะจัดอยู่ในประเภทสัตว์เลื้อยคลานหรืองู

ในตำนานยุโรป มังกรเป็นสัตว์อันตรายและน่าสะพรึงกลัวสำหรับมนุษย์ มังกรจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าวีรบุรุษทั้งหลาย การฆ่ามังกรและขึ้นเถลิงราชย์เป็นกษัตริย์. มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ ทั้งที่มีตัวตนจริง ๆ และในตำนานต่าง ๆ เช่น กษัตริย์อาเธอร์ ซึ่งมีนามสกุลว่า Pendragon มีความหมายว่า 'ศีรษะของมังกร' หรือ 'หัวหน้ามังกร' และมงกุฎของกษัตริย์อาเธอร์ ก็เป็นรูปมังกร.

เราพบมังกรได้ง่ายและบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นในตำนานของทางยุโรปหรือเอเชียก็ตาม เรียกว่าที่ใดมีอารยธรรมและตำนาน ที่นั่นก็ต้องมีมังกรเป็นของคู่กัน. มังกรนั้นมีรูปร่างและลักษณะหลายอย่าง แตกต่างไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีจุดเด่นคือ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ร่างกายใหญ่โต มีพละกำลังมาก บางครั้งอาจพ่นไฟได้ หรือมีอำนาจเวทมนตร์มหาศาล และที่สำคัญคือ บินได้ (อาจจะมีปีกหรือไม่มีก็ได้) โดยขนาดรูปร่างและสีนั้น ก็แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตาม มังกรที่พบในตำนานของทางยุโรปและของทางเอเชียนั้น ค่อนข้างจะแตกต่างกันในแง่สัญลักษณ์ โดยเฉพาะคติของจีนที่มักจะถือว่า มังกรนั้นคือเทพเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ (ซึ่งเป็นสมมติเทพ) แต่ทางยุโรปนั้นมักจะถือมังกรเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย (อันเป็นคติที่สืบทอดมาจากความหวาดกลัวงูของชาวยุโรป).

มังกรจีน เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอันหนึ่งของจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน มีลักษณะที่มาจากสัตว์หลาย ๆ ชนิดผสมผสานกัน ลักษณะลำตัวยาวเหมือนงู มีเขี้ยวขนาดใหญ่หนึ่งคู่อยู่ที่บริเวณขากรรไกรด้านบน มีหนวดยาวลักษณะเหมือนกับไม้เลื้อย และมีแผงคอเหมือนกับของสิงโตอยู่บน คอ , คาง และข้อศอก มีเกล็ดสีเขียวเข้มทั่วทั้งบริเวณลำตัวรวมทั้งสิ้น 117 เกล็ด ซึ่งเกล็ดมังกรจำนวน 81 แผ่น มีคุณสมบัติเป็นหยางซึ่งเป็นเกล็ดที่มีความดี เกล็ดมังกรจำนวน 36 แผ่น มีคุณสมบัติเป็นหยินซึ่งจะเป็นเกล็ดที่มีความชั่ว ลักษณะเขาของมังกรจะมีสันหลังทอดยาวไปตามหลังและหาง เป็นหนามยาวและสั้นสลับกัน มีขา 4 ขาและกงเล็บแข็งแรง

เกล็ดของมังกรจีนนั้น จะผันแปรเปลี่ยนไปตามแต่ละชนิดของมังกร ตั้งแต่สีเขียวเข้มจนถึงสีทอง หรือบางแหล่งกล่าวกันว่า มังกรจีนนั้นมีหลายสี เช่น สีน้ำเงิน สีดำ สีขาว สีแดง สีเขียว หรือสีเหลือง แต่ในกรณีของมังกรชนิด ไชโอะ (chiao) หลังของมังกรจะเป็นสีเขียว บริเวณด้านข้างเป็นสีเหลือง และใต้ท้องเป็นสีแดงเข้ม มังกรจีนชนิดหนึ่งจะมีปีกที่ด้านข้างของลำตัว และสามารถที่จะเดินบนน้ำได้ แต่สำหรับมังกรจีนอีกชนิดหนึ่งเมื่อสะบัดแผงคอไปข้างหน้าและข้างหลัง จะทำให้เกิดเสียงที่ฟังดูเหมือนกับเสียงขลุ่ย

มังกรจีนจะมีโหนกอยู่บนหัวซึ่งทำให้สามารถบินได้ เรียกโหนกที่อยู่บนหัวว่า เชด เม่อ (ch’ih muh) แต่ถ้ามังกรจีนตัวใดไม่มีโหนกที่บริเวณหัว จะกำคทาเล็ก ๆ ที่เรียกว่า โพ เชน (po-shan) ซึ่งสามารถทำให้มังกรลอยตัวในอากาศได้ ในประเทศจีนคนโบราณมีความเชื่อกันว่ามังกรคือสัตว์ที่ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าและดิน ได้รับการกล่าวกันว่ามีความเป็นมิตร มากกว่าความร้ายกาจ เป็นสัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความสุข และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง พบได้ใน แม่น้ำและทะเลสาบ ชอบที่จะอยู่ท่ามกลางสายฝน มังกรได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สร้างกฎแห่งความใจบุญ และเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่กษัตริย์ในราชวงศ์ชิง กษัตริย์จะนั่งบนบัลลังก์มังกร เดินทางโดยเรือมังกร เสวยอาหารบนโต๊ะมังกร และบรรทมบนเตียงมังกร

มังกรทิเบต นั้นเป็นมังกรที่อาศัยในทวีปเอเชียอยู่ในประเทศทิเบตในอารามแห่งหนึ่งบนเทือกเขาหิมาลัย มังกรทิเบตมักมีหลายๆคนคิดว่ามีแต่มังกรหลง(มังกรจีน)เฉพาะในทวีปเอเชียเท่านั้น มังกรทิเบตมีลักษณะคล้ายๆกับมังกรหลงแต่มันเป็นมังกรที่มีรูปร่างผอมกว่ามังกรหลงลำตัวมีเกร็ดสีแดงมีเขาและหนวดการโจมตีของมันคือ กัดและรัด อาหารที่มันกินคือตัวเยติหรือลิงภูเขาขนาดใหญ่และบางครั้งยังกินตัวจามารี

มังกรยุโรป เป็นมังกรมีชื่อเสียงในด้านนิสัยหวงสมบัติล้ำค่า เป็นศัตรูกับอัศวินทั้งหลายและพ่นไฟได้แต่มังกรยุโรปบางชนิดพ่นไฟไม่ได้ ลักษณะการโจมตีจึงเป็นการรัด ใช้กรงเล็บหรือพ่นพิษแทน และยังมีมังกรชนิดหนึ่งไม่พ่นพิษแต่เป็นน้ำแข็งที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง(อุณหภูมิต่ำ)

ไวเวิร์น (Wyvern) คือ มังกรชนิดหนึ่ง แต่มีลำตัวขนาดเล็กว่ามังกรทั่วไป มีปีกเป็นค้างคาว ปลายหางเป็นรูปหัวหอก (สามเหลี่ยม) มีขาเพียง 2 ขา และไม่สามารถพ่นไฟได้ แต่ก็มีฤทธานุภาพไม่แพ้มังกรในเผ่าพันธุ์อื่น ๆ อาศัยตามโพรงถ้ำหรือภูเขาสูง

ไวเวิร์นบนยอดสัญลักษณ์สถานีรถไฟเมืองดาร์บี้ ประเทศอังกฤษไวเวิร์น มักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงในยุโรปสมัยกลาง เช่น เป็นตราอัศวิน หรือติดตามสัญลักษณ์ของราชวงศ์ต่าง ๆ
ไวเวิร์น ยังมีชื่อเรียกอื่น เช่น ไวบาน (Waiban ออกเสียงตามสำเนียงภาษาญี่ปุ่น) เป็นต้น

กริฟฟิน หรือ กริฟฟอน (griffin, gryphin, griffon หรือ gryphon) คือสัตว์ในเทพนิยายร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัว ขาคู่หน้าและปีก เป็นนกอินทรี ส่วนลำตัวและขาคู่หลังเป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มี หางของสิงโต ขนบนหลังเป็นสีดำ ขนที่อยู่ข้างหน้าเป็นสีแดง ส่วนขนปีกเป็นสีขาว. อาศัยอยู่ในถ้ำตามภูเขา.

ตามตำนานกรีก กริฟฟินเป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำของดินแดนไฮเปอร์โบเรีย (ดินแดนในตำนานซึ่งอยู่ทางขั้วโลกเหนือ มีแสงอาทิตย์ และความอุดมสมบูรณ์ตลอดกาล), เป็นรูปจำแลงของเทพีเนเมซิส เทพแห่งความพยาบาท ซึ่งทำหน้าที่หมุนวงล้อแห่งโชคชะตา, นอกจากนี้ยังเป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์ (เทพอพอลโล) อีกด้วย

กริฟฟินนั้นเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ และบางคนยังถือว่ากริฟฟินเป็นสัญลักษณ์ของความหยิ่งยโสอีกด้วย.

ในยุคแรก กริฟฟินถูกเปรียบเทียบให้เป็นเหมือนกับซาตาน ที่คอยล่อลวงวิญญานของมนุษย์ให้ติดกับ แต่ต่อมากริฟฟินก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งทวยเทพ และมนุษย์ สำหรับพระเยซู เพราะมันเป็นเจ้าแห่งพิภพและเวหา อีกทั้งมีรังสีแห่งแสง อาทิตย์. ศัตรูของกริฟฟินคือ บาซิลิสก์ ซึ่งเปรียบได้กับรูปจำลองของซาตาน.

เราสามารถพบเห็นกริฟฟินได้ทั่วไปจากงานศิลปะในหลาย ๆ วัฒนธรรม และพบได้ในตราประจำตระกูล รูปสัตว์ต่าง ๆ , ประติมากรรมเก่าแก่, โมเสกนูนต่ำ, นิทาน และในตำนานต่าง ๆ ทั่วโลก

ก็อบลิน (Goblin) คือเป็นพวกโนมที่มีรูปร่างวิกลวิการ พวกมันชอบเล่นสนุก แต่บางครั้งก็ชั่วร้ายและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมสามารถทำอันตรายแก่ผู้คน รอยยิ้มของก็อบลินทำให้เลือดหยุดไหล เสียงหัวเราะทำให้นมบูดและผลไม้หล่น ก็อบลินมีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
xaviera
นักเรียนใหม่สุดแนว
นักเรียนใหม่สุดแนว
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
อายุ : 23
Localisation : ต่อให้อยากบอกคำนี้แค่ไหนเธอก็คงไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงไม่ให้อภัย แต่ก็อยากบอกว่า "ขอโทษนะ....เพื่อน"
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 7:57 am

ต่อๆ ^ ^

กัปปะ (Kappa) ผีญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง เป็นผีจำพวกพรายน้ำ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกบ ตัวสีเขียว แต่มีกระดองเต่าอยู่ข้างหลัง เท้ามีพังผืดทั้งเท้าหน้าและเท้าหลัง จมูกแหลม มีลักษณะศีรษะที่แบนและกลางกระหม่อมไม่มีผม เป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ตามหนองน้ำหรือแหล่งน้ำต่าง ๆ เคยหลอกล่อให้คนลงไปในน้ำและดึงให้จมน้ำตาย แต่กัปปะมีความสุภาพอ่อนน้อมและมีสัมมาคาราวะมาก บางครั้งเมื่อถูกจับได้จะไปช่วยชาวบ้านทำนาและมอบยาดีให้ เชื่อว่า อาหารที่กัปปะชอบคือ แตงกวา ชอบเล่นซูโม่เพราะมีพละกำลังเยอะ เมื่อกัปปะขึ้นจากน้ำจะหมดฤทธิ์ จึงใส่น้ำไว้บนศีรษะที่แบนราบของตัวเอง ดังนั้นเมื่อพบเจอกับกัปปะให้ก้มคาราวะ เมื่อกัปปะคาราวะตอบ น้ำบนศีรษะจะหก ทำให้หมดฤทธิ์ และ อีกวิธี ก็คือ ให้เขียนชื่อตัวเอง ลงไปในแตงกวา แล้วขว้างลงไปในแม่น้ำ เมื่อ กัปปะ มาเจอแตงกวานี้เข้าก็จะกินอย่างเอร็ดอร่อย และ ก็จดจำชื่อ ที่อยู่บนแตงกวาด้วย คราวหน้าบังเอิญต้องเจอะเจอเจ้าของชื่อ กัปปะ ก็จะไม่ทำอันตรายอะไร ปัจจุบันมีซูชิชนิดหนึ่ง ไส้แตงกวา เรียกว่า "กัปปะ มากิ"

ความเชื่อเรื่อง กัปปะ มีกระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น มีตำนานเล่าว่ามีช่างไม้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ชื่อ ฮิดาริจินโกโร่ อ้างว่าตุ๊กตาไม้ที่เขาทำโยนลงน้ำ กลายเป็นกัปปะไป อีกตำนานก็เล่าว่า เดิมกัปปะเป็นเทพที่ดูแลแม่น้ำลำคลอง แต่เมื่อมนุษย์เลิกนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กัปปะเลยตกชั้นเป็นเพียงภูติผีธรรมดา

อาจเป็นไปได้ว่า สิ่งที่มีบุคคลเห็นปีศาจชนิดนี้ คือ สัตว์บางประเภทเช่น นาก หรือ ลิง มาก้มดื่มน้ำในเวลากลางคืนก็ได้ ปัจจุบัน เรื่องราวของกัปปะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือการ์ตูนต่าง ๆ มากมาย เช่น ตัวละคร ซูเนโอะ ในเรื่องโดราเอมอน ก็นำมาจากกัปปะนั่นเอง โดยมากแล้ว กัปปะ ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ นั้น มักจะไม่มีภาพของความน่ากลัวหรือเป็นอันตราย ซึ่งต่างไปจากความเชื่อดั้งเดิม

ไคเมร่า (อังกฤษ: Chimera ; กรีก: Χιμαιρα [Khimaira] ; ละติน: Chim&aelig;ra) เป็นสัตว์ในเทพนิยายกรีก

ในตำนานเล่าว่าไคเมร่าเป็นลูกของอีคิดน่าและไทฟอน เป็นพี่ชายของเซอร์เบอรัส ไคเมร่ามีร่างกายกำยำและร่างกายของมันเป็นที่รวม ของสัตว์ร้าย 3 ชนิด คือ ส่วนหัวถึงหน้าอกเป็นสิงโต ลำตัวเป็นแพะ แต่บั้นท้ายกลับเป็นมังกร จะเห็นได้จากรูปว่าสัตว์ทั้งสามที่มารวมอยู่ในร่างเดียวของไคเมร่านี้ ล้วนแต่มีหัวของมันเองอยู่ จึงอย่าได้สงสัยถ้าเห็นหัวแพะโผล่อยู่กลางหลังของมัน และมีหัวงูอยู่ที่ปลายหางอีกด้วย มันยังสามารถพ่นไฟออกมาได้เหมือนมังกรอีกด้วย แต่ถึงยังไงก็ตามไคเมร่าอยู่ได้ไม่นานก็ถูกวีรบุ-
รุษเบลเลอโรฟอนผู้ขี่ม้าบินเพกาซัสยิงตาย

เซนทอร์ (อังกฤษ: Centaurs ; กรีก: Κένταυροι)เซนทอร์มีร่างส่วนบนเป็นมนุษย์ผู้ชาย แต่ส่วนลำตัวลงไปเป็นม้าหนุ่มที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ สง่างาม อาศัยอยู่แถบภูเขาของอาคาเดีย และเทสสาลีในประเทศกรีซ

เซนทอร์มีสองตระกูล โดยตระกูลหนึ่งเกิดจาก อิคซอน อันธพาลแห่งสวรรค์ที่ขึ้นชื่อ กับอีกตระกูลที่เกิดจากโครนัส ฝ่ายหลังมีอุปนิสัยดีแตกต่างจากฝ่ายแรกมาก

เซนทอร์ตระกูลอิคซอน เกิดจากอิคซอนกับเนฟีลี มีพละกำลังมาก ชอบดื่มไวน์กับชอบไล่คว้าผู้หญิง ซ้ำชอบทะเลาะเวลาเมา เซนทอร์จึงถูกมองว่าเป็นพวกขี้เมาไม่กลัวใครทั้งสิ้น

เซนทอร์ตระกูลโครนัสต่างกับตระกูลอิคซอน เป็นเซนทอร์แสนดี โครนัสแต่งงานกับฟีลีร่า นางอัปสรน้ำผู้เลอโฉม มีลูกชื่อไครอน ซึ่งเป็นผู้คงแก่เรียน มีความสุขุมรอบคอบจนได้รับเลือกให้เป็นอาจารย์ของเหล่าวีรบุรุษหลายคนในตำนานกรีก เช่น อคิลีส, เฮอร์คิวลีส, เจสัน, พีลูส, อีเนียส และบรรดาลูกศิษย์ของเขาก็ประพฤติตัวตามแบบครูบาอาจารย์ได้เป็นอย่างดี

เงือก หรือนางเงือก เป็นความเชื่อในนิยายปรัมปราเกี่ยวกับน้ำ โดยเป็นจินตนาการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ โดยมากจะเล่ากันว่าเงือกนั้นเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ มีส่วนครึ่งท่อนบนเป็นคน ส่วนครึ่งท่อนล่างเป็นปลา ในหลายประเทศทั่วโลก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานเงือกมากมาย

ความเชื่อในเรื่องดังกล่าว บางคนเสนอว่า บางทีอาจเป็นเพราะผู้คนในสมัยโบราณเข้าใจผิด คิดว่า พะยูน คือเงือกก็เป็นได้

เซอร์เบอรัส หรือ เคอร์เบอรอส (อังกฤษ: Cerberus ; กรีก: Κέρϐερος (Kerberos) แปลว่า ปีศาจในหลุม) เป็นสัตว์ในเทพปกรณัมกรีก มีรูปร่างเป็นหมาสีดำใหญ่โตพ่วงพี มี 3 หัว ปลายสุดของหางเป็นงู (บางตำนานว่าเป็นหางมังกร) เซอร์เบอรัสมีหน้าที่เฝ้าทางลงสู่นรกที่หน้าประตูทางเข้า ตรุทาร์ทะรัส

เซอร์เบอรัสเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของฮาเดส (Hades) มันจะยอมให้วิญญาณของคนทุกคนเข้าประตู แต่จะไม่ยอมให้กลับออกมาเป็นอันขาด เมื่อไปถึงประตูนี้ วิญญาณแต่ละดวงจะถูกพาไปรับคำพิพากษาของ สามเทพสุภาคือ ราดาแมนทีส ,ไมนอส และ ไออาคอส. วิญญาณที่ชั่วร้ายจะถูกพิพากษาให้ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในตรุทาร์ทะรัสไปชั่วกัลป์ ส่วนวิญญาณที่ดีจะได้รับคำพิพากษาให้พาไปอยู่ยัง ทุ่งอีลิเซียน แดนสุขาวดีของกรีก

นอกจากนี้ เซอร์เบอรัสยังเป็นภาระกิจที่ 12 ของเฮอร์คิวลิสอีกด้วย เรื่องราวก็เนื่องจาก เทพีเฮร่ากลั่นแกล้งให้เฮอร์คิวสิสวิกลจริต และทำความผิดหลาย อย่าง เช่น ฆ่าทายาทของตัวเอง, เฮอร์คิวลิสจึงต้องรับโทษ โดยให้อยู่ใต้อำนาจของกษัตริย์ที่อ่อนแอ เป็นเวลาถึง 12 ปี และต้องทำภาระกิจ 12 ประการให้เสร็จสมบูรณ์ จึงจะพ้นโทษ ภารกิจ 12 ประการนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการพิชิตปีศาจ หรือไม่ก็สยบสัตว์อิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ การจับเซอร์เบอรัสมาให้กษัตริย์ของเขาก็เป็นหนึ่งในภาระกิจด้วย และเฮอร์คิวลิสก็สามารถจับเซอร์เบอรัสได้ด้วยพลังอันมหาศาลของเขา

แม่ของเซอร์เบอรัสเป็นอสุรกายชื่อ อีคิดน่า (กรีก: Echidna) เป็นพี่น้องของพวกกอร์กอนส์ทั้งสาม อีคิดน่ารูปร่างหน้าตาสวยงามเฉพาะท่อนบน แต่ท่อนล่างลงมาเป็นงูยักษ์มหึมา และได้มามีสัมพันธ์กับอสุรกายอีกตนหนึ่งคือ ไทฟอน (Typhon) ลูกสาวเพียงตัวเดียวของทั้งคู่ คือ "สฟิงซ์"

บางตำนานกล่าวว่า เซอร์เบอรัส มีพี่สาวเป็น ไคเมร่า อสูรกายสิงห์เพศเมีย มีลำตัวเป็นแพะ(และบางตำรามีหัวแพะงอกมาจากกลางหลังด้วย) หางเป็นหัวงูพิษหรือหัวมังกร ซึ่งเป็นอสูรกายอันตรายชนิดหนึ่งไม่แพ้น้องชายของเธอ

ไซเรน (Siren) เป็นสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งทะเลที่เป็นชายฝั่งแบบฟยอร์ด

ไซเรนมีรูปร่างลักษณะเป็นเงือก บางตำราว่าตัวเป็นนก แต่หัวเป็นคน ไซเรนจะชอบร้องเพลง เสียงของไซเรนไพเราะเพราะพริ้งจนทำให้คนที่เดินเรือผ่านมายังบริเวณใกล้เคียงที่ไซเรนอาศัยอยู่หลงทางเข้ามาตามเสียงเพลงของไซเรน และเรือที่เข้ามาจะชนโขดหินจนแล้ว แล้วคนบนเรือจะถูกไซเรนจับกินเป็นอาหาร

บาซิลิสก์ (Basilisk) เป็นงูใหญ่ที่น่ากลัวและน่าสยดสยองในตำนานกรีกและยุโรป ซึ่งแค่มองผ่านเหยื่อก็ทำให้เหยื่อตายได้ ในทำนองเดียวกับ เมดูซ่า

ได้มีนักเล่านิทานคนหนึ่งอธิบายว่า บาซิลิสก์เป็น " งูที่มีมงกุฎสีทองเล็กๆ บนหัว ในยุคกลางมีผู้เชื่อว่ามันเป็นเพียงงูที่มีหัวเหมือนไก่ บางครั้งก็มีหัวเป็นคน บาซิลิสก์เกิดจากไข่ที่ออกมาจากพ่อไก่ระหว่างที่ กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ ปรากฏบนท้องฟ้า และได้คางคกเป็นผู้กกไข่ การมองเห็นบาซิลิกก์นั้นน่ากลัวสยดสยองมาก ถ้าสัตว์ใดก็ตามได้เพียงเห็นมันมองผ่าน แม้แต่ทางกระจกก็อาจตายได้ทันทีเพราะความกลัว วิธีเดียวที่จะฆ่ามันได้ก็คือต้องถือกระจกไว้ข้างหน้าตัวมันก่อนที่มันจะมองผ่านมา เมื่อมันมองมาในกระจกนั้น มันก็จะเห็นเงาตัวมันเองในกระจกและตายในทันที มีผู้เชื่อว่าบาซิลิสก์มีเขาหรือมีพังผืดด้วย "

ในยุโรปสมัยกลาง บาซิลิสก์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย โดยคู่กับกริฟฟิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดี บาซิลิสก์เป็นสัญลักษณ์ของเมือง บาเซิล (Basel) ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บาซิลิสก์ถูกนำไปใช้หลายครั้งตามนิยายแฟนตาซีต่างๆ และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

ซึ่งชื่อ บาซิลิสก์ นี้ได้ถูกตั้งเป็นทั้งชื่อเรียกสามัญ และชื่อวิทยาศาสตร์ของกิ้งก่าชนิดหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ มีหงอนบนหัว และสามารถวิ่งได้เร็วมากจนวิ่งบนน้ำได้ โดยกิ้งก่าชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Basiliscus basiliscus

เพกาซัส (Pegasus) เป็นสัตว์ในเทพนิยายกรีก เป็นม้าร่างกำยำพ่วงพี พร้อมด้วยปีกอันกว้างสง่างาม

เพกาซัสเกิดมาจากนางกอร์กอน เมดูซ่า ถูกวีรบุรุษเพอร์ซีอุสฟันคอขาดตาย ในขณะที่นางสิ้นใจตายนั้น เพกาซัสก็กระโจนออกมาจากลำคอของนาง ไม่มีใครสามารถปราบเพกาซัสได้เลยซักคน ตอนที่มันเกิดมาใหม่ ๆ และออกวิ่งอย่างคึกคะนองนั้น น้ำที่กระเซ็นจากรอยเท้าที่มันวิ่งก่อให้เกิดน้ำพุสวยงามที่กวีและศิลปินชื่นชมกันนักหนา คือน้ำพุฮิปโปครีนี (Hippocrene) ที่เป็นที่รู้จักกันในวรรณคดกรีกโบราณ ว่ากันว่าใครได้ดื่มน้ำพุนี้แล้ว โอกาสที่จะเป็นกวีเอกอยู่แค่เอื้อมทีเดียว

เพกาซัสโดนปราบโดยเด็กหนุ่มรูปงามชาวเมืองโครินทร์มีนามว่า "เบลเลอโรฟอน" (Bellerophon) เบลเลอโรฟอนเป็นโอรสของเจ้าเมืองโครินทร์ที่มีนามว่า พระเจ้ากลอคุส (Glaucus)

ฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ปรากฏตำนานของพวกอียิปต์โบราณ ในฐานะของสัตว์เทพในตำนานซึ่งคู่ควรแก่การบูชา ยกย่อง เคารพ ฟีนิกซ์เกี่ยวข้องกับเทพแห่งไฟ ดังนั้นจะสังเกตได้ว่า ขนนกของฟีนิกซ์นั้นจะออกเป็นประกายเหลืองทองคล้ายเปลวไฟ บ้างก็ว่าปกคลุมด้วยเปลวไฟทั้งตัวทีเดียว

ขนาดของนกฟีนิกซ์นี้จะมีขนาดเท่านกอินทรีตัวโต จงอยปากและส่วนขาเป็นสีทอง ประกายขนสีแดงถึงเหลืองทอง มีเสียงร้องที่ไพเราะดังเสียงดนตรี รูปร่างสวยสง่างาม บางครั้งหยิ่งผยอง บางครั้งเปี่ยมด้วยความเป็นมิตร บางตำนานเล่าว่านกนี้สามารถฟื้นชีวิตให้กับผู้ตายได้ และสามารถฟื้นพลังทั้งหมดให้กลับสู่ปกติได้ เนื่องจากเป็นสัตว์เวทตัวหนึ่งภายใต้เทพแห่งไฟ บางครั้งจะพบว่าสามารถใช้มนตร์ไฟได้ ฟีนิกซ์เป็นสัตว์ที่นิสัยอ่อนโยน เพลงของฟีนิกซ์มีเวทมนตร์สามารถกระตุ้นความกล้าหาญ แห่งจิตใจบริสุทธิ์ และทำให้เกิดความกลัวในจิตใจที่คิดร้าย น้ำตาของนกฟีนิกซ์มีพลังในการรักษาบาดแผลได้

นกฟีนิกซ์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ มีชีวิตยั่งยืนนิรันดร์ เพราะมันสามารถฟื้นคืนชีพได้ เมื่อร่างกายสิ้นอายุขัย (500 ปีหรือ 1461 ปี) ตัวจะลุกเป็นไฟ จากนั้นฟีนิกซ์ก็จะฟื้นจากกองขี้เถ้ามาเป็นลูกนกใหม่

ยูนิคอร์น (Unicorn) เป็นสัตว์ในตำนาน เชื่อว่าพบได้ตามป่าทางตอนเหนือของยุโรป ตัวโตเต็มที่มีลักษณะเป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ สง่างาม มีเขาหนึ่งเขาที่กลางหน้าผาก (โดยมากเขาจะเป็นเกลียวด้วย) ลูกยูนิคอร์นเเรกเกิดมีขนสีทอง เเละจะเปลี่ยนเป็นสีเงินก่อนที่จะโตเต็มวัย เขา เลือด เเละขนของยูนิคอร์นมีคุณสมบัติทางเวทมนตร์สูง

โดยทั่วไปยูนิคอร์นจะหลีกเลี่ยงการข้องเเวะกับมนุษย์ เเละจะยอมให้เเม่มดเข้าใกล้มากกว่าพ่อมด นอกจากนั้น ยูนิคอร์นยังวิ่งได้เร็วมาก จึงยากที่จะจับตัวได้ ในโลกตะวันตก ยูนิคอร์นถือเป็นสัตว์ที่มีความดุร้ายไม่สามารถทำให้เชื่องได้ รักความสันโดษ แต่ในประเทศจีนยูนิคอร์นเป็นสัตว์ที่มีความสุภาพ อ่อนโยน รักสงบ

การกล่าวถึงยูนิคอร์นในโลกตะวันตก มีขึ้นครั้งแรกในหนังสือของอินเดีย ซึ่งเขียนโดยนักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เมื่อประมาณ พ.ศ. 14 บรรยายไว้ตอนหนึ่งว่า "ในประเทศอินเดีย มีลาป่าชนิดหนึ่ง มีขนาดใหญ่เท่า ๆ กับม้า ลำตัวของพวกมันมีสีขาว ศรีษะมีสีแดงเข้ม และมีดวงตาสีน้ำเงิน พวกมันมีเขาอยู่บนหน้าผากเขาหนึ่ง ซึ่งมีความยาวประมาณครึ่งเมตร" กล่าวกันว่า ยูนิคอร์นเป็นสัตว์ผสมระหว่างแรด ละมั่งหิมาลัย และลาป่า เขาของมันมีความแหลมคมมาก โดยมีพื้นสีขาวตรงกลางสีดำ และตรงยอดเป็นสีแดงเลือดหมู

อสูรปกครองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 (ในภาษาจีน 四霛/四灵 [Ssu Ling]; ในภาษาญี่ปุ่น 四神 [ชิชิน]) เป็น อสูรทั้ง 4 ตามเทพนิยายจีนซึ่งทำหน้าที่ปกครองทิศทั้ง 4 บนสวรรค์ และเทพอสูรแต่ละองค์จะประกอบด้วยกลุ่มดาว 7 กลุ่ม นอกจากนั้นเทพทั้ง 4 ยังเป็นตัวแทนธาตุหลักตามตำราจีนด้วย ซึ่งนำเอาใช้ในตำราแพทย์ของจีน รวมถึงศิลปะการต่อสู้อีกด้วย
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
xaviera
นักเรียนใหม่สุดแนว
นักเรียนใหม่สุดแนว
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
อายุ : 23
Localisation : ต่อให้อยากบอกคำนี้แค่ไหนเธอก็คงไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงไม่ให้อภัย แต่ก็อยากบอกว่า "ขอโทษนะ....เพื่อน"
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 8:08 am

ต่อค่ะ (เริ่มเหนื่อย)

สฟิงซ์ (Sphinx) เป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของสัตว์หลายชนิดรวมอยู่ในตัวเดียวกัน ตามความเชื่อของคนแต่ละท้องถิ่น เพราะสฟิงซ์มีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ต่างไปตามการแต่งเติมสีสัน ให้น่ากลัวมากขึ้นเท่าไร


[สฟิงซ์ของกรีก

สฟิงซ์ของกรีกเป็นสฟิงซ์ที่มีใบหน้า และทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโต และมีปีกแบบนกอินทรี มีลักษณะนิสัยชอบทรยศหักหลัง ก้าวร้าวรุนแรง และกระหายเลือด และพวกนี้ยังชอบกินคนเป็นอาหารด้วย

ลักษณะที่เด่นชัดของสฟิงซ์ กรีกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคล้ายแมว หรือจะว่าอีกทีก็คล้ายผู้หญิงด้วย นั่นคือ มันจะพูด คุยหยอกเหยื่อของมันก่อนที่จะกินเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิดเหยื่อหนีรอดไปได้ สฟิงซ์จะบินดิ่งทิ้งตัวกระแทกพื้นหรืออะไรสักอย่าง ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตายไปเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับสฟิงซ์ของกรีก ที่โด่งดังเรื่องหนึ่งคือ เรื่องของ เจ้าแม่เฮรา (Hera) ซึ่งมอบหมายหน้าที่ลงโทษชาวเมืองธีบีส (Thebes) เพราะความเมามายไร้สติของพวกเขา หลังจากที่ ไดโอนิซุส เทพแห่งเมรัยได้มาสอนการทำไวน์ ให้แก่ชาวเมืองนี้ ตามปกติสฟิงซ์จะไม่เข้าขย้ำเหยื่อ ที่ผ่านมาในทันทีทันใด แต่จะให้โอกาสเหยื่อด้วยการถามปัญหา ที่เรียกกันว่าปัญหาของตัวสฟิงซ์ (The Riddle of the Sphinx) ซึ่งสัญญาจะปล่อยเหยื่อเป็นอิสระ หากตอบปัญหาของนางได้ ตามท้องเรื่องที่จะกล่าวถึง เอดิปุส (Oedipus) แห่งโครินท์ผ่านมาในเมืองธีบีสพอดิบพอดี สฟิงซ์กระโดดออกมา จากหลังพุ่มไม้ แลบลิ้นเลียปากด้วยความอยากกินเนื้อ ก่อนจะส่งเสียงคำรามให้ขวัญหาย เข้าใส่เอดิปุสและถามปัญหา "อะไรเอ่ยเดินสี่ตีนในยามเช้า เดินสอง ตีน ในยามสาย และเดินสามตีนในยามเย็น….? "อ๋อ มันก็คือมนุษย์นั่นแล ย่อมเดินด้วยการคลานทั้งมือและเข่า เมื่อยังเป็นเด็ก ยืนด้วยขาสอง ข้าง เมื่อโตเต็มที่ และต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง เป็นขาที่สามในยามสายัณห์ของชีวิต" เอดิปุสตอบอย่างไม่ลังเล สฟิงซ์เมื่อได้ฟังคำตอบ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากมนุษย์หน้าไหนเลย ถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บใจ นางโผบินขึ้น บนฟ้า แล้วทิ้งตัวดิ่งลงฆ่าตัวตายในทะเล นี่ดูเหมือนหล่อนจะเป็น ฝ่ายแพ้ ทั้งๆที่ถ้าจะนับแล้วสฟิงซ์ต่างหาก ที่เป็นฝ่ายชนะ เพราะหลัง จากที่สฟิงซ์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดของปวงชาวธีบีสได้ตายไป ผู้รักษาการณ์เมืองธีบีส ถึงกับเชิญเอดิปุสขึ้นเป็นราชา และให้ แต่งงานกับราชินีม่าย โจคัสต้า (Jocasta) ของกษัตริย์องค์ก่อน และกว่าจะรู้ความจริงว่าโจคัสต้านี่เอง คือมารดาผู้ให้กำเนิดเอดิปุส ก็เมื่อนางได้ตกเป็นราชินี อย่างแท้จริงของเอดิปุสไปเสียแล้ว โชคชะตาย่อมเล่นกลต่อ ชีวิตของเขา มากกว่าที่จะถูกสฟิงซ์กินตาย…


สฟิงซ์ของอียิปต์

มหาสฟิงซ์ และ พีระมิดคาเฟร ในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่าเป็นพันธุ์ที่เราเรียกว่า แอนโดรสฟิงซ์ (Andro-Sphinx) เป็นการผสมกันระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ ของฟาโรห์อียิปต์แสดงไว้ชัดเจน คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูจงอางแผ่แม่เบี้ย และมีเครื่องประดับ รัดเกล้าแบบกษัตริย์โดยรอบ ว่ากันว่า สฟิงซ์ คือ รูปเหมือนขนาดใหญ่กว่าร่างจริงสองเท่าของฮาร์มาชิส เทพแห่งรุ่งอรุณ เมื่อตอนที่แปลงร่าง เป็นสิงโต มีเศียร เป็นฟาโรห์อียิปต์หรือ "sphingein" แปลว่า "การบีบรัด"

รูปสลักสฟิงซ์ของอียิปต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) บริเวณใกล้กับพีระมิดคาเฟร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ หมู่พีระมิดแห่งกิซ่า (Giza Pyramid Complex)

สฟิงซ์ของตะวันออกกลาง
เป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าฉลาด ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะมันจะเปิดเผยสิ่งที่มันรู้ยากมาก มันพอใจที่จะนอนผึ่งแดด อย่างเป็นสุข ท่ามกลางการเคารพบูชาของผู้ที่เทิดทูนมัน

นอกจากนี้ยังมีสฟิงซ์แบบอื่นๆซึ่งแตกมาจากพวกอียิปต์อีกเช่นกัน เช่น ครีโอสฟิงซ์ (Crio-Spninx) ที่มีหัวเป็นแกะบ้าง หรือเป็นนกเหยี่ยว บ้าง ในเปอร์เซีย (Persia) , แอสซีเรีย (Assyria) , และฟีเนียเซีย (Phoenicia) มีสฟิงซ์ทั้งสองเพศ ตัวผู้จะมีหนวด และผมหยักศก ส่วนของโรมโบราณเป็นผู้หญิง และอาจจะเป็นแบบ ที่ส่งผ่านมาให้ กับอียิปต์ก็ได้ เพราะว่าตัวนี้สวมงูแอสพ์ (Asp) คาดอยู่ที่หน้าผากด้วย

ฮิปโปกริฟฟ์ (Hippogriff) เป็นสัตว์วิเศษครึ่งนกครึ่งม้า หัวเป็นนกอินทรี ตัวเป็นม้า เป็นสัตว์ในตำนานทางทวีปยุโรป มีปรากฎในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์

เนสซี (Nessie) สิ่งมีชีวิตลึกลับชนิดหนึ่งที่เชื่อว่า อาศัยอยู่ในทะเลสาบล็อก เนส แคว้นสก๊อตแลนด์ เชื่อว่ามีรูปร่างคล้ายเพลสิโอซอรัส (Plesiosaur) หรือ อีลาสโมซอรัส (Elasmosaurus) สัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในทะเลยุคเดียวกับไดโนเสาร์ มีผู้อ้างว่าเคยพบเห็นและมีรูปถ่ายมากมาย

โดยเอกสารแรกสุดที่กล่าวถึงเนสซี คือ บันทึกของบาทหลวงเซนต์โคลัมบา เมื่อราว 1,400 ปี ที่แล้ว กล่าวถึงมังกรที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ และท่านเองก็เคยทำพิธีขับไล่มังกรตัวนี้ด้วย

ใน พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) ได้มีการตัดถนนผ่านทะเลสาบล็อก เนส จึงมีผู้พบเห็นเนสซีมากขึ้น โดยมีผู้อ้างว่า ขณะเขาขับขี่รถมอเตอร์ไซด์นั้น เห็นเนสซีขึ้นมาบนบก ไฟจากหน้ารถที่ส่องไปถูกตัว ทำให้เห็นว่าเนสซีมีรูปร่างคล้ายเพลสิโอซอรัส และต่อมาก็ได้มีผู้ถ่ายรูปไว้ได้มากมายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวแต่ทั้งหมดนี้ก็เป้นเพียงเงาตะคุ่มๆ หรือคลื่นน้ำที่เคลื่อนไหวบนผิวน้ำเท่านั้น ต่อมา ทางมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมได้ทำการค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยใช้เรือติดสัญญาณโซน่าร์หลายลำแล่นไปบนพื้นผิวน้ำ เรียกว่า "ปฏิบัติการดีพสแกน" (Deepscan Operation) ปรากฏว่า โซน่าร์ได้สะท้อนถึงเงาของวัตถุบางอย่างขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวใต้น้ำ แต่บางคนคิดว่าอาจเป็นเพียงฝูงปลาธรรมดาๆ

เรื่องราวเกี่ยวกับเนสซีมีทั้งผู้ที่เชื่อ และผู้ที่ไม่เชื่อ โดยผู้ที่เชื่อ เชื่อว่าเนสซีอาจเป็นไดโนเสาร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ของทะเลสาบล็อก เนส ในยุคโบราณนั้นเคยเป็นทะเลมาก่อน ไดโนเสาร์ในสมัยนั้นอาจเข้ามาอยู่อาศัยจนสภาพของพื้นที่เปลี่ยนไป กลายเป็นพื้นที่ปิด และปราศจากสิ่งรบกวน สัตว์ที่อาศัยอยู่ในนี้จึงยังหลงเหลืออยู่ และมีสภาพไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งแรกที่เข้ามาอาศัย ไม่เพียงเท่านั้นแหล่งน้ำหรือทะเลสาบที่มีลักษณะใกล้เคียงกับล็อก เนส ที่อื่นๆ และบริเวณใกล้เคียงกันก็มีรายงานของสิ่งประหลาดที่คล้ายกับเนสซีด้วย ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เชื่อ เชื่อว่ารูปถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่ได้นั้น อาจไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับเนสซีเลย และทั้งหมดทำขึ้นก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ทะเลสาบแห่งนี้โด่งดังขึ้น โดยบางรูปเชื่อว่าเป็นเพียงหางของตัวนากที่กำลังดำน้ำ หรือเป็นขอนไม้หรือวัสดุต่างๆ ที่กำลังลอยน้ำอยู่ ซึ่งในเวลาต่อมาก็ได้มีผู้ที่อ้างว่าถ่ายรูปเนสซีได้ รายนึงเปิดเผยว่า แท้ที่จริงแล้วรูปถ่ายเนสซีนั้นเป็นเพียงเรื่องแหกตาที่ตนกับพ่อเลี้ยงสร้างขึ้นนั่นเอง

ทุกวันนี้ เรื่องราวของเนสซีก็ยังเป็นเรื่องลึกลับ ที่เป็นที่สนใจของคนทั้งโลก มีผู้ไปสำรวจและศึกษามากมาย แต่ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดได้หลักฐานของเนสซีที่หนักแน่นสักราย อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของเนสซีก็สร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลสก๊อตแลนด์และชุมนุมใกล้เคียง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ไซคลอปส์ (กรีก: Κύκλωψ; ละติน: Cyclops หรือ Kyklops) หรือ อสูรสามตา เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานกรีก มักจะถือค้อนอันใหญ่ มีพลังแห่งสายฟ้า มีหน้าที่เป็นช่างตีเหล็ก

โทรล์ล (troll) อยู่ในตำนานสแกนดิเนเวียมีรูร่างคล้ายคนแคระแต่มีขนาดใหญ่กว่าสูงประมาณ 20 ฟุตพวกมันอาศัยอยู่ในถ้ำ มีทั้งดุร้ายและใจดี พวกนี้มีผิวหยาบ เท้าแบนและกลิ่นตัวรุนแรงมาก

พิกซี (pixie หรือ pisky) หนึ่งในเชื้อสายเผ่าพันธ์แฟรี่ มีลักษณะเป็นภูตตัวเล็กๆ มีปีกแบบแมลง สูงไม่เกิน1ฟุต(ตามปกติ) และสามารถขยายหรือลดขนาดของตัวเองได้

เมดูซ่า(Medusa) เป็นผู้หญิงที่มีผมเป็นงู และเมื่อมีคนมองมาที่ใบหน้าเธอ เธอจะสาปให้คนผุ้นั้นกลายเป็นหิน ที่จริงแล้วก่อนที่เมดูซ่าจะมีความร้ายกาจดังที่เป็นที่เล่าขานกันมานั้น เมดูซ่านั้นเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสวยงามมาก

เมดูซ่า เป็นหนึ่งในลูกสาวทั้งสามของ เมทิสซึ่งเมทิสเป็นเจ้าแห่งสติปัญญาและสามารถแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆได้มากมาย แต่เดิมลูกทั้ง 3 ของเมทิสเป็นคนที่สวยงามมาก แต่แล้ววันหนึ่งเมทิสแม่ของเมดูซ่าถูกเทพ เซอุส(Zeus)ข่มขืนและกลืนกินลงท้องไป และเซอุสจึงได้ใช้สติปัญญาและความสามารถทางการแปลงร่างของเมทิสเพิ่มอำนาจให้กับตนเอง พลังอำนาจนั้นทำให้เทพเซอุสยิ่งใหญ่เหนือเทพทั้งปวง และต่อมาเทพธิดา อาเธน่า(Athena)ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการที่พลังของเมทิสทะลักออกมาทางหน้าผากของเซอุส

เมื่อเอเทน่าได้กำเนิดขึ้นพร้อมกับความสามารถทางสติปัญญาของเมทิสผู้เป็นแม่ และเอเทน่าก็ถือเมดูซ่าพี่น้องร่วมสายเลือดแม่ เป็นศัตรูคนสำคัญ อยู่มาวันหนึ่งเมดูซ่าที่เป็นสาวงาม มีชายหลายคนหมายปองเป็นเจ้าของ ก็ได้ไปบูชาเทพเอเทน่ายังวิหารของเอเทน่า แล้วเทพโพไซดอน(Poseidon)ก็เห็นเมดูซ่าที่มีหน้าตาสวยงามมาก จึงต้องการครอบครองเมดูซ่าเป็นของตน จึงใช้กำลังขืนใจเมดูซ่า เอเทน่าเห็นดังนั้นจึงใส่ความเมดูซ่าว่า ลบหลู่เอเทน่าในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และสาบเมดูซ่าให้กลายเป็นมารร้ายหน้าตาน่าเกลียด และสาบให้ผมสวยงามของเมดูซ่าเป็นงูเต็มหัวเมดูซ่า เมื่อเป็นเช่นนี้เมดูซ่าต้องได้รับความอับอาย โกรธแค้นจึงได้ใช้ความเกลียดชังนั้นมาเป็นพลังในการสาบคนที่มองหน้าเธอให้กลายเป็นหินไป เพื่อตอบแทนสิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นเช่นนี้ เมดูซ่าจึงกลายเป็นมารร้ายที่สุดตนนึงในตำนานกรีก

สุดท้ายเมดูซ่าก็ถูกเพอร์เซอุสฆ่าตายจากการถูกเพอร์เซอุสใช้ดาบฟันคอขาด ซึ่งเอเทน่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังในการตายของเมดูซ่า ที่เอเทน่าให้เพอร์เซอุสไปฆ่าเมดูซ่าแทนนั้นเพราะเอเทน่าเป็นเทพแล้วจึงใช้อำนาจในทางที่ผิดได้ไม่มาก จึงใช้มือของเพอร์เซอุสในการทำการเรื่องนี้

แมนเดรก(Mandrake) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mandragora อยู่ในตระกูล Solanaceae รากของแมนเดรกมีลักษณะคล้ายมนุษย์ จึงถูกนำมาใช้ในเรื่องพิธีการเวทมนตร์ต่างๆ และปรากฏอยู่ในตำนานและนิยายหลายเรื่อง

แมนเดรกมีเสียงกรีดร้องแหลมสูงเวลามันถูกทำให้ตกใจ ผู้ที่ได้ยินเสียงร้องของแมนเดรกมีโอกาสถึงตายได้ แต่ในขณะที่แมนเดรกยังเป็นต้นอ่อนอยู่ เสียงร้องของมันจะเพียงแค่ทำให้สลบเท่านั้น เชื่อกันว่า น้ำยาที่สกัดได้มาจากต้นแมนเดรกสามารถลบล้างคำสาปได้แทบทุกชนิด
แมนเดรกเป็นที่รู้จักกันดีจากนิยาย โดยเฉพาะเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

โกเลม (Golem) ตามตำนานของชาวยิว เป็นยักษ์ สูง 2-30 เมตร (มีทุกขนาด) ส่วนมากจะทำงานเป็นผู้เฝ้าประตูต่างๆ ที่สำคัญ (คงพอนึกถึงยักษ์ที่คอยทำงานให้ทัพของซารูแมน) ร่างจะเป็นหินรูปร่างใหญ่โตเดินช้าส่วนมากจะอยู่ในทะเลทราย

คราเคน (Kraken) เป็นสัตว์ยักษ์ในตำนานที่ชาวทะเลเหนือหวาดกลัว มักเล่าว่าคล้ายหมึกกระดองขนาดยักษ์ โผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ ชอบโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหัน โอบหนวดของมันรัดลำเรือเอาไว้ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัว

คราเคนถูกเล่าขานมานานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่บันทึกที่เป็นหลักฐานครั้งแรก มาจากนอร์เวย์ เป็นเรื่องราวที่อ้างถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าเกาะ ในหนังสือชื่อ "The Natural History of Norway" ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ท่านได้บรรยายเกี่ยวกับคราเคนเอาไว้ว่า มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำขนาดย่อม ลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์

เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยวกับคราเคนก็ค่อยๆ ลดขนาดของมันลงเรื่อยๆ ไม่มหึมาโอฬาร แต่ก็ยังมีขนาดยักษ์

นักชีววิทยาเชื่อว่า ที่แท้เป็นหมึกมหึมาชนิดหนึ่ง อยู่ในทะเลลึก และเมื่อตายจะเป็นซากลอยเกยหาด จนชาวประมงพบเห็นและจินตนาการเพิ่มเติมเกินจริง หมึกมหึมามีขนาดใหญ่จริง แต่ไม่เท่าเรื่องเล่าในตำนาน มีซากตัวอย่างที่ยาวเท่าเรือเร็ว และมีหลักฐานจากซาก วาฬสเปิร์ม ว่าวาฬพยายามกินหมึกชนิดนี้ และต่อสู้กัน

ใน พ.ศ. 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของหมึกดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่า หมึกมหึมา (Giant Squid) โจมตีเพราะเรือมีลักษณะคล้ายปลาวาฬศัตรูของหมึกจนเข้าใจผิด และจากรายงานของผู้ประสบเหตุอ้างว่า หมึกดังกล่าวมีขนาดมหึมา โดยเฉลี่ยประมาณ 100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ส่วนมากเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเท่านั้น

กอร์กอน เป็นอสูรกายน่าเกลียดน่ากลัวมีผมเป็นงู มีด้วยกันสามพี่น้องคงกระพันฆ่าไม่ตาย ยกเว้นตัวน้องสุดท้องที่ชื่อเมดูซ่าที่อาจฆ่าให้ตายได้ หากผู้ใดมองตานางเมดูซ่าจะกลายเป็นหิน ตำนานกล่าวว่าเดิมทีกอร์กอนทั้งสามเป็นเทพธิดารูปงามและอ่อนโยน มีความบริสุทธิ์เป็นพรหมจารีย์ แต่ขณะที่เมดูซ่ากำลังบูชาเทวีเอเธน่าในวิหารได้ถูกโพไซดอนหลงรักและพยายามใช้กำลังขืนใจ เรื่องรู้ถึงเทวีเอเธน่าทรงได้ฉวยโอกาศใส่ความว่าลบหลู่นางโดยการสมสู่ในวิหารของนางเนื่องด้วยความเดิมเอเธน่ากับเมดูซ่ามีแม่คนเดียวกัน และเอเธน่าต้องการทำลายเมดูซ่าให้สิ้นซาก จึง สาปให้เมดูซ่ามีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว และสาปให้ผมที่สวยงามดุจเส้นไหมทองของนางกลายเป็นงูเลื้อยยั้วเยี้ยเต็มหัว จากหญิงพรหมจารีย์ที่งดงาม ก็กลายเป็นปีศาจที่น่าขยะแขยง เมดูซ่าทั้งโศกเศร้า อับอาย และน้อยใจในความอยุติธรรมทั้งที่เธอมิได้ทำผิด ทั้งที่เธอตั้งใจรักษาพรหมจารีย์ แต่นางก็มิเคยได้ผลความดีตรงนั้นเลยจนนางมีแต่ความอับอายและความแค้น จนเมดูซ่าต้องการทำลายทุกชีวิตที่ขวางหน้าจากความเกลียดชังที่ปะทุขึ้น ทุกคนที่มองหน้านางก็จะกลายเป็นหินไปหมด จนได้กล่าวขวัญเป็นอสูรกายที่ร้ายกาจที่สุดในตำนานกรีก วีรบุรษเพอร์ซีอุสเป็นผู้สังหารเมดูซ่าโดยใช้ดาบที่เทวีเอเธน่าประทานให้ตัดหัวของเมดูซ่า จากนั้นเมดูซ่าก็จบชะตากรรมจากชีวิตอันโหดร้ายที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมของเธอในที่สุด นับว่าเป็นอสุรกายที่มีความเป็นมาอันน่าสงสารและน่าเห็นใจมากที่สุด

++จบแล้วววววววว(ดีใจมาก น้ำตาไหลพราก)เรื่องนี้ยาวมากเลย เจอเรื่องที่จะลงต่อแล้วด้วยแต่ยังไม่ได้อ่านเลย ถ้าใครรู้เรื่องสัตว์ในตำนานตัวอื่นๆอีกก็มาแบ่งปันกันมั่งนะคะ++
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
เหมันต์
หัวหน้าภารโรง
หัวหน้าภารโรง
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 1465
อายุ : 23
Localisation : อยู่ข้างเทอร์นี่งัย เห็นมั๊ยเอ่ย...
Registration date : 11/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 3:29 pm

ชอบไวเวิร์นอ่า ดูท่าจะเก่ง
คริๆ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=64625&eid=7
RYUSAKii
ผู้คุมกฎแสนเยือกเย็น
ผู้คุมกฎแสนเยือกเย็น
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 803
อายุ : 25
Localisation : โซล โซไซตี้
Registration date : 23/01/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 8:15 pm

เคยมีสารคดีของดิสคัฟเวอรี่อะ มีนักโบราณคดี หรือนักวิทยาศาสตร์หรือจีเนียสสักสาขานึงละ...ไปค้นพบซากกระดูกมังกรโบราณ เป็นมังกรอะไรไม่รู้((ลืมครับ))...

เป็นสารคดีเก่ามากแล้วเหมือนกัน((ประมาณเกือบปีหรือ2ปีครับ))...จำรายละเอียดไม่ได้ แต่ตอนที่เอามาฉายนี่ก็ดังเหมือนกันครับ...
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
sz_kaz
ปีสองสุดโฉด
ปีสองสุดโฉด
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 265
Registration date : 09/02/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Sep 28, 2007 11:08 pm

ขอบคุณที่เอามาลงให้ได้อ่านขอรับ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
GOYOMI
ภารโรงหน้าขรึม
ภารโรงหน้าขรึม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 564
อายุ : 22
Localisation : ในโลก
Registration date : 23/02/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Sat Sep 29, 2007 12:27 pm

ชอบไวเวิร์นง่ะ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
kunpot
ปีสองจอมซนปนทะเล้น
ปีสองจอมซนปนทะเล้น
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 150
อายุ : 27
Localisation : รังของ WarLorD คือที่อยู่ของข้า
Registration date : 08/03/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Sat Sep 29, 2007 5:30 pm

ชอบกริฟฟินมากๆเลย มันเท่ห์มากเลยอะ ช๊อบชอบ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
arachinea
ปีสองจอมซนปนทะเล้น
ปีสองจอมซนปนทะเล้น
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 135
อายุ : 24
Localisation : Magic flute the Mystery of the wind.
Registration date : 09/05/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Mon Oct 01, 2007 5:21 pm

น่าสนใจหลาย ขอบคุณที่ให้ความรู้ค่า ( เอาไว้เป็นอ้างอิงตอนเเต่งเรื่อง เอิ๊กๆ^ ^)
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
xaviera
นักเรียนใหม่สุดแนว
นักเรียนใหม่สุดแนว
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
อายุ : 23
Localisation : ต่อให้อยากบอกคำนี้แค่ไหนเธอก็คงไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงไม่ให้อภัย แต่ก็อยากบอกว่า "ขอโทษนะ....เพื่อน"
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Tue Oct 02, 2007 1:59 pm

ถ้าเอาไปแต่งนิยายก็บอกน้า เดี๋ยวส้มจะไปอ่านจ้ะ ^ ^
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
GOYOMI
ภารโรงหน้าขรึม
ภารโรงหน้าขรึม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 564
อายุ : 22
Localisation : ในโลก
Registration date : 23/02/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Wed Oct 03, 2007 12:18 pm

ถ้าจะแต่งก็เอามาลงบอร์ดคาเคนนี้ด้วย(จะได้ไม่ต้องตามอ่าน)
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
นู๋ปอนด์จ้า
อาจารย์ฝึกหัดหน้าสวย
อาจารย์ฝึกหัดหน้าสวย
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 325
อายุ : 28
Registration date : 23/01/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 12, 2007 9:13 pm

อืมม เพิ่มความรู้เยอะเลย

ชอบเพกาซัสอะ อยากได้มาเลี้ยงสักตัว 55+

ขอบคุณก๊าบ ที่เอาความรู้มาให้อ่าน เพิ่มรอยยักในหัวสมองได้เยอะเลย อุอุ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Sat Oct 13, 2007 5:38 pm

ชอบทุกเรื่องเลยเพราะผมชอบตำนาน เคยดูนะสารคดีที่ท่านริวบอกมา

ป.ล.หาเรื่องผีเรื่องตำนานแบบนี้มาเล่าอีกนะโดยเฉพาะเรื่องผี
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Thu Oct 18, 2007 11:48 pm

ครุฑ หรือ พญาครุฑ (Garuda) เป็นสัตว์กึ่งเทพ ในตำนานปรัมปราของอินเดีย ปรากฏในวรรณคดีสำคัญหลายเรื่อง เช่น มหากาพย์มหาภารตะ เล่าว่า ครุฑเป็นพี่น้องกับพญานาค และทะเลาะเป็นศัตรูกัน นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ปุราณะ ที่ชื่อว่า ครุฑปุราณะ เป็นเรื่องเล่าของพญาครุฑ

ตามคติไทยโบราณ เชื่อว่าครุฑเป็นพญาแห่งนกที่เป็นพาหนะของพระนารายณ์เชื่อว่าปกติอยู่ที่วิมานฉิมพลี มีรูปเป็นครึ่งคนครึ่งนกอินทรี ที่ได้รับพรให้เป็นอมตะ ไม่มีอาวุธใดทำลายลงได้ แม้กระทั่งสายฟ้าของพระอินทร์ ก็ได้แต่เพียงทำให้ขนของครุฑหลุดร่วงลงมาเพียงเส้นหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ครุฑจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สุบรรณ" ซึ่งหมายถึง "ขนวิเศษ"

ครุฑเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ มีอานุภาพและพละกำลังมหาศาล แข็งแรง สามารถบินได้รวดเร็ว ทั้งยังมีสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด อ่อนน้อม ถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ น่าสรรเสริญ

ด้วยฤทธานุภาพของพญาครุฑนี้เอง จึงได้มีการสร้างรูป ครุฑพ่าห์ (หรือ พระครุฑพ่าห์) หมายถึง ครุฑซึ่งเป็นพาหนะ เป็นรูปครุฑกางปีก และใช้เป็นสัญลักษณ์หมายถึงพระราชบัลลังก์ และตราประจำแผ่นดินของไทย สืบต่อกันมาแต่สมัยอยุธยา ซึ่งพบโดยทั่วไป โดยเฉพาะตราประทับบนหัวจดหมายราชการ เรียกว่า ตราครุฑ ด้วยความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์คือ สมมุติเทพ เป็นพระนารายณ์อวตาร ผู้ทรงมีครุฑเป็นพระราชพาหนะนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ พระราชพาหนะของพระมหากษัตริย์จึงประดับธงมหาราช ซึ่งเป็นธงรูปครุฑ ขณะเดียวกัน ยังมีเรือพระราชพิธีหลายลำ ที่สลักโขนเรือเป็นรูปครุฑ เช่น เรือครุฑเหิรเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักร และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

ประเทศอินโดนีเซียเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ใช้ครุฑ (Garuda) เป็นเป็นตราประจำแผ่นดิน โดยครุฑของอินโดนีเซียนั้นเป็นนกทั้งตัว สายการบินประจำชาติอินโดนีเซียก็ใช้ครุฑเป็นสัญลักษณ์ คือสายการบิน Garuda Airlines

ครุฑพอจะแบ่งได้ 5 ประเภทคือ

ตัวเป็นคนอย่างธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่มีปีก
ตัวเป็นคน หัวเป็นนก
ตัวเป็นคน หัวและขาเป็นนก
ตัวเป็นนก หัวเป็นคน
รูปร่างเหมือนนกทั้งตัว

การ์กอยล์ (Gargoyle) คือ รูปสลักตามมุมต่าง ๆ ของสถาปัตยกรรมในแบบกอธิคต่าง ๆ ใน ยุโรป โดยมากจะสลักเป็นรูป มังกร หรือ ปีศาจ ในท่วงท่าต่าง ๆ โดยท่าที่รู้จักมากที่สุด คือ นั่งยอง ๆ ตามองไปทางข้างหน้า

การ์กอยล์ เชื่อว่า เดิมเป็นมังกร ชาวยุโรปในยุคกลางเชื่อว่า การ์กายล์เมื่อตอนกลางวันจะเป็นรูปสลัก ตกกลางคืนจะกลายร่างเป็นมังกรบินไปทั่วหมู่บ้านหรือเมืองที่อาศัย เพื่อปกป้องดูแลมิให้มีสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ เข้ามารังควาญ

กิเลน (Qilin, Kylin หรือ Kirin) เป็นคำที่มาจากภาษาจีน เป็นชื่อของสัตว์ในเทพนิยายจีน

ตามตำนานของจีน
ถ้าเป็นตัวผู้เรียกว่า "กี" ถ้าเป็นตัวเมียเรียกว่า "เลน" หรือ "กิเลน" กิเลน ตามตำนานจีนว่ามีรูปร่างเหมือนกวาง แต่มีเขาเดียว หางเหมือนวัว หัวเป็นมังกร ตีนมีกีบเหมือนม้า (บางตำราว่ามีตัวเป็นสุนัข ลำตัวเป็นเนื้อสมัน) เกิดจากธาตุทั้งห้า คือ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ และโลหะ ผสมกัน

ข้อสำคัญว่ามีอายุอยู่ได้ถึงพันปี และถือว่าเป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี ปรากฏให้เห็นเมื่อใด ก็จะเกิดผู้มีบุญมาปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขเมื่อนั้น กิเลนเป็นหนึ่งในสี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งประกอบด้วย หงส์ เต่า มังกร และกิเลน

ตามตำนานของไทย
ไทยเราคงรู้จักกิเลนของจีนมานานแล้ว ในสมุดภาพสัตว์ป่าหิมพานต์ที่ช่างโบราณได้ร่างแบบสำหรับผูกหุ่นเข้า กระบวนแห่พระบรมศพครั้งรัชกาลที่ 3 ก็มีรูปกิเลนจีนทำหนวดยาว ๆ ส่วนภาพกิเลนแบบไทย มีกระหนกและเครื่องประดับเป็นแบบไทยๆ การจัดลายประกอบผิดไปจากในสมุดภาพสัตว์ป่าหิมพานต์ของโบราณนั้นบ้าง ที่แปลกอีกอย่างหนึ่ง คือ กิเลนไทยมีสองเขา ของจีนแท้ๆ มีเขาเดียว ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ของกวีเอกสุนทรภู่ ก็มีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายกิเลนนี้ในเรื่องด้วย คือ ม้ามังกร หรือ ม้านิลมังกร นั่นเอง
ในตำนานของตะวันตกเชื่อว่า กิเลน มีลักษณะเฉพาะใกล้เคียงกับ ยูนิคอร์น
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Thu Oct 18, 2007 11:50 pm

เลอีวาธาน (לִוְיָתָן "ม้วน; ขด", ภาษาฮิบรูมาตรฐาน Livyatan, ภาษาฮิบรูติเบเรียน Liwyāṯān) เป็นสัตว์ร้ายในทะเล ตามความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลในศาสนาคริสต์ อ้างไว้ในพระพันธสัญญาเดิม (เพลงสดุดี 74:13-14; โยบ 41; และ อิสยาห์ 27:1)

จอมปีศาจแห่งริษยาตกเป็นตำแหน่งของงูยักษ์ลิเวียธาน ลิเวียธานถูกกล่าวถึงทั้งในคัมภีร์ยิวและไบเบิ้ล ว่าเป็นสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ มีหลายหัว มีฟันแหลมคมเหมือนจระเข้ มีดวงตาดั่งขนตาของตะวัน (หมายถึงมันโผล่ตาขึ้นมาเหนือน้ำเหมือนที่จระเข้ทำเวลาล่าเหยื่อ ตามันจะโผล่พ้นน้ำมาเล็กน้อย เหมือนพระอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขาในตอนเช้า) บางครั้งมันก็ถูกกล่าวว่าเป็นพลังแห่งความสับสนวุ่นวายเมื่อครั้งสร้างโลก คัมภีร์ปฐมกาลกล่าวว่า "ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินแผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น" ผืนน้ำนั่นแหละครับคือความสับสนวุ่นวาย และก็คือลีเวียธาน

คำว่า "เลวีอาธาน" นั้น ยังหมายถึงสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ หรือสัตว์ขนาดใหญ่ใดๆ ก็ได้ ในภาษาฮิบรูใหม่ คำนี้มีความหมายเพียง ปลาวาฬ เท่านั้น เลวีอาธาน มีลักษณะเหมือน งูมีความยาวมาก ปรากฎบ่อยๆในเกม เช่น final fantasy

มันติคอร์ (Manticore) เป็นสัตว์ที่เกิดจากจากการผสมพันธุ์ระหว่าง คนกับสัตว์ มีฟันอันแหลมคม นิสัยเจ้าเล่ห์ มีหน้าเป็นคน ตัวเป็นสิงโต ชื่อของมัน มาจากภาษาเปอร์เซีย คือ martikhora แปลว่า ผู้กินคน คนเอเชียยุคโบราณต่างก็รู้จัก มันติคอร์ ในศตวรรษที่สอง มีนักประวัติศาสตร์โรมันบรรยายถึง ความน่ากลัวของมันติคอร์จากเรื่องบอกเล่าที่มีมาราว 700 ปี ก่อนหน้านั้นว่าในอินเดียมีสัตว์ป่าชนิดหนึ่งที่มีอำนาจ น่าเกรงขาม รูปร่างใหญ่ราวกับสิงโตตัวที่ใหญ่ที่สุด มีผิวสีแดง ขนหยาบคล้ายสุนัข ในภาษาอินเดียเรียกมันว่า มาร์ติคอรัส

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของมันไม่ใช่สัตว์ แต่กลับเป็นใบหน้าของมนุษย์ มีฟันบนสามแถว และฟันล่างอีกสามแถว เป็นฟันที่แหลมคมและใหญ่กว่าเขี้ยวของสุนัขล่าเนื้อ ใบหูของมันก็คล้ายกับของมนุษย์ เว้นแต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่าและมีขนหยาบ ตาของมันมีสีน้ำเงินเทาคล้ายนัยน์ตามนุษย์ แต่เท้าและกรงเล็บของมันเหมือนของสิงโต ที่ปลายหางของมันคือหางของแมงป่อง ที่อาจจะมีความยาวเกินกว่า 18 นิ้ว ที่ปลายสุดของหาง มีเหล็กไนที่สามารถต่อยคนถึงตายได้ทันที มันสามารถปล่อยเหล็กไนที่มีลักษณะเหมือนกับลูกศร และสามารถยิงไปได้ไกล เมื่อปล่อยเหล็กไนไปแล้วมันก็จะม้วนหางกลับ หากมันจะยิงเหล็กไนไปทิศตรงข้าม มันจะยืดหางออไปจนสุดแทน สัตว์ที่ถูกเหล็กไนของมันติคอร์จะตายทันที ช้างเป็นสัตว์ชนิดเดียว ที่มันติคอร์จะไม่ทำร้าย

มิโนทอร์ (Minotaur) ตามเทพนิยายกรีก มิโนทอร์มีตัวเป็นคนหัวเป็นวัว เกิดอยู่ในคุกที่ไม่มีทางออกสร้างโดยแดดาลุส-นักประดิษฐ์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากราชาไมนอส (Minos) เป็นห้องโถงที่มีทางเข้าทางออกวกวนน่าเวียนหัว มีทั้งชั้นล่างและชั้นบน เป็นเขาวงกต (Labyrinth)

เรื่องราวความเป็นมาของมิโนทอร์
เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อไมนอส (Minos) พยายาม ที่จะก้าวขึ้นสู่ บัลลังก์กษัตริย์ของครีต (Crete) ในการทำเช่นนี้ไมนอส ต้องชนะใจ ชาวครีต และอ้างว่าเทพเจ้าก็เห็นดีเช่นกัน ดังนั้นเทพเจ้าจะตอบรับคำขอทุกข้อของเขาอีกด้วย ชาวครีต อาจจะไม่ค่อยพอใจ การที่ไมนอสจะขึ้นเป็นกษัตริย์เท่าไร จึงท้าให้เขาขอ โพไซดอน (Poseidon) เจ้าแห่งสมุทร ให้ส่งวัวพ่วงพี ขึ้นมาจากทะเล ให้ดูเป็นขวัญตา มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ ว่าแล้วชาวครีตทั้งหมดก็ติดตามไมนอสไปที่ริมหาด เพื่อเฝ้ามองไมนอสทำพิธีดังกล่าว ไมนอสได้พยายามเฝ้าวิงวอน เทพเพื่อให้พระองค์ ส่งวัวขึ้นมาให้ตามที่ชาวครีตท้า และสัญญาว่าจะฆ่าวัวตัวนั้นเป็น การบูชายัญ เพื่อเป็นการสรรเสริญเกียรติแห่งโพไซดอนทันที ไมนอสใช้เวลาไม่นานสิ่งประหลาดอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้น ในท่ามกลางความแตกตื่น และประหลาดใจของชาวครีต ที่กำลังจ้องมองดูทะเลตรงหน้า น้ำทะเลก็แตกออกเป็นช่อง วัวสีขาวพ่วงพีที่งดงามตัวหนึ่งปรากฏขึ้น และว่ายตรงมาเข้าฝั่งดังคำวอนของไมนอส คำท้าทายของชาวครีตกลายเป็นความจริง ไมนอสจึงได้รับการเลือกเป็นกษัตริย์สม เจตนารมณ์ ถ้าเพียงแต่เมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว พระองค์รักษาสัญญาที่ให้ไว้ แต่ไมนอสก็ไม่สามารถทำได้ สัญญาที่ให้ไว้กับเทพถูกลืมเลือน วัวสีขาว ตัวนั้นช่างงดงามจนพระองค์ไม่กล้าเชือดมัน ได้แต่ปล่อยมันไว้กับฝูงสัตว์ของพระองค์ และทำการบูชายัญวัวธรรมดาๆ ไปให้โพไซดอน

โพไซดอน -เจ้าแห่งสมุทร ซึ่งได้รับการบูชายัญอย่างบิดเบือน ย่อมรู้สึกคั่งแค้นกับการ ทรยศต่อคำมั่นสัญญา อย่างที่ไมนอสทำกับ พระองค์ยิ่งนัก และแล้วพระองค์ก็คิดวิธี แก้แค้นเจ้าคนโฉดได้… โพไซดอนสาปให้ ปาซิฟาอี (Pasiphae) มเหสีของไมนอส หลงรักวัว! ปาซิฟาอีที่ต้องคำสาป เธอเฝ้าทุ่มเทดูแลวัวของเทพเจ้า เฝ้าโอบกอดทะนุ ถนอม ลูบไล้อย่างเสน่หายิ่ง ถึงขนาดสั่งการให้ตามตัว แดดาลุส (Daedalus) นักประดิษฐ์มาที่ครีต เพื่อให้ทำอะไรอย่างหนึ่งค่อนข้างน่าตระหนก สำหรับตัณหาของนาง เพราะปาซิฟาอี สั่งสร้างแม่วัวปลอมขึ้น เพื่อตบตาเจ้าวัวหนุ่ม โดยนางจะเข้าไป หมอบสวมรอย อยู่ใต้ร่างแม่วัวปลอมตัวนี้ คอยให้วัวงามของโพไซดอน มาร่วมอภิรมย์กับนาง หลังจากที่ปาซิฟาอีมีอะไร กับวัวหนุ่มได้ไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์ ครั้นครบถ้วนทศมาส นางก็คลอดบุตรออกมา ความลับทั้งหลาย ที่พึงปิดบังไว้มานานก็แตก มันคือทารกประหลาด ที่มีหัวเป็นวัว ตัวเป็นคน ไมนอสแทบกระอักเพราะความอับอาย พระองค์เพิ่งนึกได้ว่านี่คือการแก้แค้น ของเจ้าสมุทรทำกับพระองค์ แม้ว่าจะต้องการ สังหาร เจ้าเด็กปีศาจนี่ทิ้งเพียงไร แต่ไมนอสก็ต้องทนขมขื่นเลี้ยงมันไว้ เพราะพระองค์เกรงว่าหากทำอะไร เป็นที่ขุ่นเคือง โพไซดอน ซ้ำสอง คราวนี้ครีตอาจจะไม่พ้นความพินาศ ชาวครีต พากันเรียกขาน มันว่า มิโนทอร์ ซึ่งแปลว่า โอรสวัวแห่งไมนอส มันเป็นสัตว์ประหลาดเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ไม่ช้า เขาเล็กๆ ของมันก็เติบโต วงกว้างกว่าแขนคนเหยียดออก และกลายเป็น สัตว์กระหายเลือด ต้องการกินเนื้อคน เป็นอาหาร ไมนอสได้ทำ สิ่งหนึ่งที่จะสามารถยับยั้ง สัตว์ร้ายตัวนี้ไม่ให้ออกไป เพ่นพ่านหาคนกิน ตามอำเภอใจ ด้วยการสั่งแดดาลุส- นักประดิษฐ์ ให้สร้างคุกที่ไม่มีทางออก แดดดาลุสจึงได้สร้างห้องโถง ที่มีทางเข้าทาง ออกวกวนน่าเวียนหัวมีทั้งชั้นล่างและชั้นบน เป็นเขาวงกต (Labyrinth)

ในเวลาเดียวกับที่มิโนทอร์เกิด โอรสอีกองค์ของ ไมนอส คือ แอนโดรจีอุส(Androgeus) ได้เดินทางไปสู่เอเธนส์ เพื่อเข้าร่วม กีฬาโอลิมปิก แอนโดรจีอุสเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถมาก เขาจึงชนะการแข่งขันหลายรายการ จนทำให้ชาว เอเธนส์เกิดความไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะได้ชัยชนะในกีฬาอีกครั้ง ชาวเอเธนส์ที่ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬาก็ลากเขาไปเชือดคอหลังพุ่มไม้

ไมนอสได้ทราบข่าวด้วยหัวใจชอกช้ำซ้ำสอง พระองค์กรีธาทัพเข้าตีเอเธนส์ เพื่อเป็นการล้างแค้นให้แก่ลูกชาย กองทัพของพระองค์เข้าโอบล้อม จากทุกด้านจนชาวเอเธนส์ ต้องเจรจาหย่าศึก ไมนอสมีข้อแม้เพียงประการเดียว นั่นคือทุกๆเก้าปีเอเธนส์ จะต้องส่งหญิงสาวเจ็ดคน และชายหนุ่มเจ็ดคนลงขบวนเรือที่ชักใบดำนำทางมาครีต และคนสนิท ของราชาไมนอสก็จะนำเหยื่อเหล่านั้นส่งเข้าไปในเส้นทางแคบวกวน ที่มีแสงเพียงสลัวๆ ให้คลำหาทางไปจนได้ยินเสียงลมหายใจที่รุนแรงของวัวดุ ซึ่งเหยื่อเหล่านั้นจะพบจุดจบ ที่น่าสยดสยอง เรื่องราวแห่งความเศร้าโศก ยังดังระงมไปอย่างนี้ต่อกันจนกระทั่งถึงปีที่ ยี่สิบเจ็ด

ปีนั้นวีรบุรุษก็เกิดขึ้น วีรบุรุษคนนั้นคือธีสซูส (Theseus) ผู้เป็นโอรสของ พระราชา อีจีอุส (Ageus) แห่งเอเธนส์ ได้ขอให้ส่งตัวไปพร้อมกับเหยื่อเคราะห์ร้าย รุ่นใหม่ ที่จะส่งไปสังเวยมิโนธอร์ ธีสซูสประกาศว่าเขาจะต้อง เป็นผู้พิชิตมิโนทอร์ ฆ่ามันให้ได้ และจะกลับมาหาบิดาผู้ชราในเรือที่ติดใบสีขาว แม้ว่าขณะนั้นเขายังคิดหา วิธีฆ่ามันไม่ได้เลยก็ตาม เรื่องของเรื่องก็มาสำเร็จเพราะความรัก อรีแอดนี (Ariadne) ธิดาของ ไมนอสเองที่ตกหลุมรักหนุ่มชาวเอเธนส์ทันทีที่ได้เห็น ขณะที่ยามผลักไส เธสิอุสให้เข้าในเขาวงกต อรีแอดนีก็ยัดด้ายใส่มือเขาไปด้วย ธีสซูสโรยด้ายมาตามทางเดินที่วกวน เขาคอยเงี่ยหูฟังเสียงมิโนทอร์อย่างระมัดระวัง จวบจนกระทั่งมาถึงทางหักเลี้ยวแรก ธีสซูสได้ยินเสียงฝีเท้าคน พร้อมกับเสียงหายใจฟืดฟาดของวัวที่พุ่งเข้าหาด้วย ความรวดเร็ว แทนที่จะได้ลิ้มรสเนื้อหวานนุ่มของหนุ่มสาวเหมือนเช่นเคย มิโนทอร์กลับเจอกับนักรบที่แคล่วคล่องว่องไว ธีสซูสสามารถกระโดดหลบหลีก การจู่โจมของมิโนทอร์ ได้ทุกครั้ง พอสบโอกาสเขาก็คว้า จับเขาของมิโนทอร์ไว้ และใช้กำลังเข้ายันจนมันตกเป็นเบี้ยล่าง มิโนทอร์ร้องโหยหวน เสียงการต่อสู้ก็ดังออกไปถึงนอกเขาวงกต ไม่ช้าผู้คนก็ได้ยินเสียง ธีสซูสซึ่งจับเขาสองข้างของสัตว์ร้ายไว้ได้มั่น และออกแรงบิดอย่าง ฉับพลัน ทำให้คอมิโนทอร์หักสะบั้น วัวดุในร่างมนุษย์ที่ดุร้าย น่าสะพรึงกลัวของครีตก็สิ้นชื่อในบัดดล ธีสซุสคลำทางตามเส้นด้าย จนออกมาข้างนอกเขาวงกต เรื่องราวร้ายๆน่าจะจบลง แต่ไม่ใช่ด้วยดีทั้งหมด แม้ว่าธีสซูสจะได้เดินทางกลับบ้านไป พร้อมกับ อรีแอดนี ก็อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้มีใจกับนางเลยก็ได้ ธีสซูสจึงทรยศ รักกับเจ้าหญิงน้อยซึ่งช่วยเหลือเขา ขณะที่เธอเผลอ หลับเมื่อคราวขึ้นพักบนเกาะแนคซอส (Naxos) ซึ่งเป็นเกาะ ระหว่าง ครีตกับเอเธนส์ ธีสซูสก็ทิ้งเธอไว้ที่นั่นและรีบแล่นเรือหนีไปทันที ทำให้เขาลืมสัญญา ที่เคยให้ไว้กับบิดาผู้ชรา ลืมเปลี่ยนใบเรือจากดำเป็นขาว อีจีอุสซึ่งเฝ้ารออยู่บนหน้าผา เมืองเอเธนส์ทุกวัน แลเห็นเรือใบสีดำแล่นเข้ามาแต่ไกล ก็เข้าใจว่าธีสซูสลูกรักสิ้นชีวิตเสียแล้วราชาผู้ชรา หัวใจแตกสลาย ไม่สมารถทนทานต่อความผิดหวังได้ซ้ำอีก จึงกระโดดลงจากผาเพื่อจะฆ่าตัวตายตามลูกรัก…
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Thu Oct 18, 2007 11:51 pm

ไฮดรา เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานกรีก มีหลายหัว แต่ละหัวมีลักษณะหัวเหมือนงู และอาศัยอยู่ในน้ำ ไฮดราอาศัยอยู่ในทะเลสาบเลอร์นา และภายหลังถูกสังหารลงโดยเฮอราเคลส

ทานูกิ เป็นสัตว์ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นปีศาจที่สามารถแปลงร่างได้ โดยใช้ใบไม้แปะไว้ที่หน้าผาก โดยความเชื่อนี้ปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ตามสื่อต่าง ๆ เช่น การ์ตูน เป็นต้น โดยเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ชอบดื่มเหล้าสาเก แต่จะไม่ซื้อเหล้าสาเกให้เปลืองเงินแต่จะใช้วิธีการแปลงร่างหลอกเอาเหล้ามาดื่ม รักสนุก และจะชอบหลอกมนุษย์ด้วยการแปลงลูกอัณฑะให้มีขนาดใหญ่ด้วย

สึจิโนโกะ (「ツチノコ」, Tsuchinoko, ツチノコ?) สัตว์ประหลาดจำพวกสัตว์เลื้อยคลานคล้ายงู พบในประเทศญี่ปุ่น ในคันไซและเกาะชิโกะกุ เรียก บะชิเฮะบิ (bachi hebi)

สึจิโนโกะ มีรูปร่างตามคำบอกเล่าของผู้ที่อ้างว่าเคยพบเห็น มีรูปร่างยาวคล้ายงู แต่ลำตัวอ้วนป้อม สั้น ไม่มีขา ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 80 เซนติเมตร มีลวดลายคล้ายงู แต่มีปลายหางแหลมยาวออกมา เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว บ้างก็กล่าวว่าสามารถกระโดดได้ไกลหลายเมตรด้วย บ้างก็บอกว่ามันร้องเสียงว่า " จี่ " บ้างก็กล่าวว่าเคยเห็นมันงับหางตัวเองแล้วเคลื่อนที่ไปข้าง ๆ เหมือนท่อนไม้กลิ้ง จากลักษณะตามที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คิดได้ว่า สึจิโนโกะมีรูปร่างคล้ายกิ้งก่าจำพวกหนึ่งที่เรียกว่า กิ้งก่าลิ้นสีน้ำเงิน (blue-tongued lizard) หรือ กิล่ามอนสเตอร์ (Gila Monster) ที่พบในทะเลทรายทวีปอเมริกาเหนือ เป็นต้น ซึ่งถ้าสึจิโนโกะมีจริง อาจเป็นไปได้ว่าเป็นสัตว์จำพวกนี้ก็ได้ในขณะที่บางคนเชื่อว่า แท้ที่จริงแล้วสึจิโนโกะก็คืองูที่กินอาหารชิ้นใหญ่กว่าลำตัวเข้าไป ทำให้ลำตัวป่องออก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การอ้างว่าพบเห็น สึจิโนโกะมีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น

หลักฐานแรกที่มีการกล่าวถึงสึจิโนโกะ สามารถย้อนกลับไปไกลถึงได้ 10,000 ปีก่อน ในยุคโจมง (Jōmon Period) (10,000 - 300 ปีก่อนคริสตศักราช) มีวัตถุที่คล้ายสึจิโนโกะ ในยุคเอโดะ ในสารานุกรมเล่มแรกของญี่ปุ่นก็ได้มีการกล่าวถึงสึจิโนโกะด้วย โดยเรียกว่า เยตสุ เฮบิ (yatsui hebi)

อย่างไรก็ตาม สึจิโนโกะ ได้ถูกอ้างอิงถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่นหลายอย่าง เช่น มีการประกาศให้รางวัลตั้งแต่ 3 ล้าน ถึง 20 ล้านเยนแก่ผู้ที่สามารถจับสึจิโนโกะเป็น ๆ มาได้ หรือใน การ์ตูน เป็นต้น เช่น โดราเอมอน มีอยู่ตอนหนึ่งใช้ชื่อว่า ค้นพบ สึจิโนโกะ (หรือตอน เจองูดิน! ในเล่มที่ 9 ของเนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์) ในเนื้อเรื่องกล่าวถึง โนบิตะที่ต้องการจะเป็นผู้ที่มีชื่อจารึกไว้ในสารานุกรมบุคคลสำคัญของโลก จึงขึ้นเครื่องไทม์ แมชชีน ไปพร้อมกับโดราเอมอนเพื่อหาซื้อ สึจิโนโกะ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในโลกอนาคต มาอวดคนในยุคปัจจุบันว่า ตนเป็นผู้ค้นพบสึจิโนโกะ แต่ปรากฏว่าเมื่อนำกลับมาแล้ว สึจิโนโกะได้หนีหายไป ท้ายที่สุดปรากฏว่า ไจแอนท์เป็นผู้ค้นพบสึจิโนโกะไป

ปักษาวายุภักษ์ หรือนกการเวกนั้น เรียกกันอีกชื่อหนึ่งในวรรณคดีเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงว่า นกกรวิค อธิบายว่ามีเสียงไพเราะยิ่งนัก สัตว์ทุกชนิดเมื่อได้ยินเสียงนกกรวิคแล้วจะต้องหยุดฟังนอกจากนี้ยังปรากฏมีมาในพระบาลีว่าเสียงของพระพุทธเจ้านั้นเหมือนเสียงพรหม แจ่มใสชัดเจน อ่อนหวาน สำเนียงเสนาะ ไม่แตก ลึกซึ้ง มีกังวาลไพเราะและเหมือนเสียงนกการเวก ส่วนอาหารของนกการเวกนั้น มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ปัญจสุทนีว่า นกการเวก กินน้ำมะม่วงสุกเป็นอาหาร แต่โดยที่นกชนิดนี้หายากหลงเข้าใจกันแต่ว่าอยู่บนท้องฟ้ากินลมเป็นอาหารจึงตั้งชื่อว่า วายุภักษ์ ก็มีเช่นกัน ตามวรรณคดีไตรภูมิพระร่วงนั้น กล่าวว่าขนนกการเวกนั้นเป็นที่ต้องการเพราะกลายเป็นทองคำได้

เวตาล เป็นอมนุษย์จำพวกหนึ่ง คล้ายค้างคาวผี ในปรัมปราคติของฮินดู ดำรงอยู่เป็นภูตที่อาศัยในซากศพผู้อื่นในตอนกลางวัน ศพเหล่านี้อาจใช้เป็นเครื่องมือเพื่อนการเดินทาง เพราะขณะที่เวตาลอาศัยอยู่นั้น ซากศพจะไม่เน่า แต่เวตาลอาจออกจากศพเพื่อหากินในตอนกลางคืน ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 กล่าวไว้ว่า "เวตาล คือ ผีจำพวกหนึ่ง ชอบสิงอยู่ในป่าช้า"

ตามตำนานของชาวฮินดู กล่าวว่าเวลานั้นเป็นวิญญาณร้ายที่วนเวียนอยู่ตามสุสาน และคอยเข้าสิงอยู่ในซากศพต่างๆ มันจะทำร้ายมนุษย์ที่เข้าไปรบกวน เหยื่อของเวตาลจะถูกเข้าสิง ทำให้มือและเท้าหันไปข้างหลังเสมอ เวตาลยังทำให้ผู้คนเป็นบ้า ฆ่าเด็ก และแท้งลูก แต่เวตาลยังมีข้อดี คือมันจะคอยดูแลหมู่บ้านของมันเอง

เวตาลนั้นเป็นวิญญาณร้าย คอยทำร้ายบุคคลที่ลูกหลานไม่ยอมทำพิธีศพให้พ่อแม่ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงถูกกักอยู่ในแดนสนธยา ระหว่างการดำรงอยู่ด้วยชีวิต และการดำรงอยู่หลังมีชีวิต (หลังความตาย) ปิศาจเหล่านี้อาจได้รับอามิสด้วยเครื่องเซ่นหรือถูกขับให้ตกใจด้วยมนตร์ เวตาลอาจหลุดพ้นจากสภาพปิศาจได้หากการทำพิธีศพของตน แต่เมื่อเป็นปิศาจแล้ว ก็ไม่สามารถพ้นจากกฎแห่งเวลาและเทศะ พวกมันจะความรู้ประหลาดเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และหยั่งรู้สึกถึงใจตน ดังนั้นหมอผีจำนวนมากจีงพยายามดั้นด้นเสาะหาเวตาล และควบคุมเอาไว้ใช้เป็นทาส

มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งหมอผีกราบทูลให้พระเจ้าวิกรมาทิตย์ไปจับเวตาล ซึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้ในใจกลางสุสาน วิธีเดียวที่จะจับเวตาลได้ก็คือ ต้องทำอย่างเงียบๆ และห้ามปริปากพูดสิ่งใด มิฉะนั้นเวตาลจะหนีกลับไปได้

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่พระเจ้าวิกรมาทิตย์จับเวตาลได้ มันจะหลอกล่อพระองค์โดยเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะจบด้วยคำถาม และพระองค์ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องตอบคำถามนั้นทุกครั้งไป ทำให้เวตาลหนีกลับไปยังต้นไม้ได้ดังเดิม เรื่องราวเกี่ยวกับเวตาลนั้นรวบรวมไว้เรียกว่า "เวตาลปัญจวิงศติ" (หรือ นิทานเวตาล 25 เรื่อง) รวมอยู่ใน หนังสือกถาสริตสาคร ของนักปราชญ์อินเดียชื่อโสมเทวะ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Thu Oct 18, 2007 11:59 pm

Bunyips (บันยิป): กล่าวกันว่าบันยิปมีบ้านเกิดอยู่ที่ทางน้ำในออสเตรเลีย มันมักจะถูกบอกเล่าว่ามีหางเหมือนจระเข้ และส่วนอื่นเหมือนกับจิ้งจอก นกอีมู หรือคน พวกมันสามารถมีแผงคอหรือศีรษะที่เต็มไปด้วยวัชพืช และเท้าของมันหันกลับด้าน สิ่งหนึ่งที่ทุกตำนานเชื่อเหมือนกัน คือ เสียงร้องไห้ของบันยิปจะดังสนั่นหวั่นไหวอย่างน่ากลัว เมื่อไรที่คุณได้ยินเสียงดังจากหนองน้ำ...นั่นแหละบันยิปล่ะ อ้อ! ระวังอย่าเข้าใกล้มันเชียว เพราะบันยิปกิน (จริง ๆ คือ กลืน) คน และชอบกินผู้หญิงกับเด็กเป็นพิเศษด้วย

Djinn (จิน): อาจไม่คุ้นหูกัน แต่ถ้าบอกว่าเขียนได้อีกหลายคำ ทั้ง Genie, Jinni, Djinni และDjin ก็น่าจะร้องอ๋อ จริง ๆ แล้วตัวนี้คือ ยักษ์จินนี่ ที่เราคุ้นตาในอะลาดินนั่นแหละ มันมาจากตำนานของชาวอาหรับและทางตะวันออก จินเป็นวิญญาณที่มีความสามารถด้านเวทมนตร์สูง พวกมันอาจจะใจดีหรือมุ่งร้ายต่อมนุษย์ก็ได้ ผู้วิเศษสามารถร่ายมนตร์เพื่อบังคับให้วิญญาณเหล่านี้ทำตามคำสั่งได้ จินมักจะถูกผูกมัดกับแหวนหรือเครื่องประดับ (หัวสูงนิ..) แต่ก็เป็นไปได้ที่จะอยู่ในสิ่งอื่น เช่น ตะเกียงอะลาดิน เป็นต้น

Harpies (ฮาร์ปี): ฮาร์ปีมักถูกวาดภาพเป็นสัตว์ที่มีศีรษะและหน้าอกเหมือนผู้หญิง แต่ร่างกายเป็นนก (คล้าย ๆ กินรีที่เรารู้จักกันนั่นแหละ) มันเป็นที่รู้จักในเรื่องกลิ่นอันเหม็นอย่างร้ายกาจ ซึ่งจะทำลายทุกอย่างที่เข้าใกล้

Hippocampus (ฮิปโปแคมปัส): อาจจะไม่คุ้นชื่อนะครับสำหรับตัวนี้ ฮิปโปแคมปัสเป็นสัตว์ครึ่งม้าครึ่งปลา ชื่อของมันแปลว่า “Sea Horse” ครับ (จะแปลว่า ม้าทะเล หรือ ม้าน้ำ ดีล่ะ...) มันมีหัวและขาหน้าเหมือนกับม้า แต่เท้าเป็นพังผืดและแผงคอมีครีบ ลำตัวของมันยาวเหมือนม้า ส่วนท่อนล่างเป็นหางปลา

Hoop Snake (ฮูปสเนค): ฮูปสเนคเป็นสัตว์ในนิทานพื้นบ้านของชาวอเมริกา มันเป็นงูที่อมปลายหางของตัวเองไว้ในปาก และเคลื่อนที่โดยการหมุนตัวบนพื้นดิน ฮูปสเนคสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วจนไม่มีใครหนีพ้น วิธีเดียวที่จะหนีจากมันก็คือกระโดดลอดผ่านรูที่เกิดจากการอมปลายหางของมัน จะทำให้ฮูปสเนคสับสนและเคลื่อนที่ผ่านเราไปโดยย้อนกลับไม่ทัน

บางครั้งฮูปสเนคก็เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ “Uroboros (อุโรโบรอส)” (ถ้าอ่าน Full Metal Alchemist น่าจะเคยได้ยินนะ) สัญลักษณ์แห่งความอมตะและจักรวาลรวมเป็นหนึ่งในศิลปะของกรีกและอียิปต์ สัญลักษณ์อุโรโบรอสแสดงให้เห็นรูปของงูที่มีปลายหางของมันอยู่ในปาก ตัวของมันโค้งเป็นวงกลม พญางูแห่งมิดการ์ดในตำนานของชาวนอร์สก็โอบล้อมโลกด้วยการอมหางของมันไว้ในปากเช่นกัน

Incubi & Succubi (อินคิวบิ & ซัคคิวบิ): บางตำนานเรียก Succubus (ซัคคิวบัส) กับ Incubus (อินคิวบัส) เจ้าวิญญาณร้ายสองตัวนี้จะเข้าฝันผู้คนเพื่อสำเร็จความใคร่ให้มนุษย์ อินคิวบิเป็นวิญญาณผู้ชายที่จะเข้าฝันผู้หญิง มันสามารถทำให้ผู้หญิงคลอดลูกที่ชั่วร้ายออกมาได้ หนึ่งในกลุ่มนั้นคือ เมอร์ลิน

ซัคคิวบิเป็นวิญญาณผู้หญิงที่น่าสยดสยอง ซึ่งจะเข้าไปในฝันของผู้ชายและร่วมประเวณีกัน ดูเหมือนซัคคิวบิจะเกี่ยวข้องกับ Lilith (ลิลิธ) ภรรยาคนแรกของอดัม ซึ่งหลังจากเธอถูกขับไล่จาก Eden (อีเดน) เธอก็กลายเป็นมารดาแห่งภูติผีปีศาจ กล่าวกันว่าเธอมักจะไปหาผู้ชายกลางดึก เพื่อสืบเชื้อสายปีศาจให้มากขึ้น

Papillon (พาพิลลอน หรือ ปาปิลอน): ปกติใช้เรียกผีเสื้อหรือพันธุ์สุนัขนะครับ แต่ในตำนานมันคือม้าเพลิงคึกคะนองของราชินีแห่งเพลิง มอร์กาน่า เหล่าวัลคีรี่ (Valkyrie) ได้ขี่เจ้าพวกนี้บินไปต่อสู้โดยเลือกที่จะตายอย่างวีรบุรุษ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 12:15 am

Jersey Devil (เจอร์ซี เดวิล): เจอร์ซีเดวิล (หรือ ปีศาจเจอร์ซี) มีหัวเหมือนกับม้าหรือแกะ มีปีกคล้ายกับค้างคาวแต่ใหญ่กว่า ส่วนลำตัวนั้นยาวและเหมือนกับงู ในปี 1909 มีพยานหลายคนได้ยินเสียงน่าขนลุกจากแม่น้ำ Delaware และเห็นสัตว์ประหลาดเรืองแสงบินอยู่บนท้องฟ้า นอกจากนั้นยังพบรอยเท้าแปลกประหลาดบนหลังคาบ้านหรือบริเวณใกล้กับเล้าไก่อีกด้วย

ตำนานเกี่ยวกับเจอร์ซีเดวิลมีหลายตำนาน หนึ่งในนั้นกล่าวว่าเจอร์ซีเดวิลเกิดในปี 1850 จากคำสาปของยิปซีในตัวหญิงสาวคนหนึ่ง และเจ้าปีศาจได้หนีเข้าไปในป่าทันทีที่เกิด ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในป่าจนบัดนี้

Kelpies (เคลพี): เคลพี หมายถึง ม้าน้ำ (Water Horse) เป็นวิญญาณแห่งน้ำตามความเชื่อของชาวสก๊อตแลนด์ ซึ่งอาจทำอันตรายหรือทำให้มนุษย์ถึงตายได้ เคลพีมีหลายรูปร่าง หนึ่งในนั้นคือชายขนดกกับม้าสวยงาม ขณะที่อยู่ในร่างม้า มันจะเชื้อเชิญให้ผู้ชายขี่มัน จากนั้นผู้ขี่ก็จะพบว่าเขาไม่สามารถลงจากมันได้ และมันก็พาเขาไปที่บ้านใต้น้ำของมัน เหยื่อของเคลพีบางส่วนจะแค่จมน้ำตายไป หรือถ้าโชคร้ายก็จะกลายเป็นอาหารของมันด้วย เคลพีในแม่น้ำส่วนใหญ่มักจะทำให้คนจมน้ำเท่านั้นขณะที่มันอยู่ในร่างของม้า สามารถแยกแยะจากม้าทั่วไปได้โดยดูที่รอยเท้าด้านหลังของมัน เคลพีสามารถถูกบังคับด้วยบังเยนได้ แต่มันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักในการควบคุมเคลพีหลังจากที่มันมีพลังอำนาจพอจะร่ายคำสาปใส่ผู้อื่น

Lamia (ลาเมีย): ลาเมียเคยเป็นผู้หญิงธรรมดามาก่อน และได้พบรักกับเทพซูสอีกด้วย เธอถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดด้วยฝีมือของฮีรา ภรรยาของซูสผู้อิจฉาริษยา ลาเมียในร่างสัตว์ประหลาดนั้นมีศีรษะเป็นผู้หญิง ร่างกายเป็นงู มีกีบเท้าแยกออก และหางเป็นสิงโต นอกจากฮีราจะสาปลาเมียแล้ว ยังฆ่าลูก ๆ ของลาเมียด้วย ลาเมียจึงออกฆ่าเด็กเป็นการล้างแค้น

Monstrous Wolves (สุนัขป่ายักษ์): สุนัขป่าร่างยักษ์พบได้ในตำนานและนิทานพื้นบ้านหลายเรื่อง จากตำนานของชาวนอร์ส Fenris หรือ Fenrir (เฟนริล หรือ เฟนริร์) ผู้เป็นลูกชายของเทพโลกิกับยักษ์ตัวเมีย ได้ถือกำเนิดมาและมีกำลังมากผิดปกติ เหล่าทวยเทพกลัวเขาและพยายามล่ามโซ่แต่เขาก็กระชากโซ่ทุกเส้นจนขาดสะบั้น สุดท้ายเหล่าเทพจึงให้คนแคระหลอมโซ่เวทมนตร์เรียกว่า Gleipnir ที่บางแต่แข็งแกร่ง เฟนริลยอมถูกล่ามด้วยโซ่เวทนั้นหากมีเทพสักองค์ยอมวางมือไว้ในปากของมัน เทพแห่งสงครามนาม Tyr ยอมรับคำท้านั้น เฟนริลพยายามกระชากโซ่แต่ไม่สามารถอะไรโซ่เวทมนตร์ได้ จึงโกรธและกัดมือของ Tyr ขาด ในช่วงสงครามแร็กนาร็อคเฟนริลทำลายโซ่เวทมนตร์ลงจนได้ และออกมาฆ่าเทพโอดินกับ Vidar บุตรแห่งโอดิน

อีกเรื่องหนึ่งก็มาจากตำนานชาวนอร์สอีกเช่นกัน ว่ากันว่าสุนัขป่าตัวใหญ่สองตัวได้ไล่ตามพระอาทิตย์และพระจันทร์ผ่านสรวงสวรรค์ เมื่อมันไล่จับได้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์สุริยคราสหรือจันทรคราส โอดินเรียกสุนัขทั้งสองตัวว่า Geri จอมตะกละ กับ Freki ผู้ละโมบ (Geri the Ravenous & Freki the Greedy)

Naga (นากา - นาค): ตำนานของนาคริเริ่มจากที่อินเดีย และสามารถพบได้ทั่วไปในตำนานของประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ มันเป็นสัตว์กึ่งเทพและสัตว์กึ่งมนุษย์ที่อยู่ในรูปแบบของงูซึ่งมีกำลังมหาศาล นาคอาศัยอยู่ใต้ดินหรือในแม่น้ำและทะเลสาบ มันเป็นสัตว์ต่ำชั้นกว่ามนุษย์เพราะไม่มีวิญญาณ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับความรู้ได้ นาคมีเจ็ดศีรษะ มีหงอนเหมือนงูเห่า และรูปร่างคล้ายกับไฮดรา มันมักจะปรากฏในเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าซึ่งถูกวาดภาพเป็นพระพุทธเจ้านั่งอยู่และได้รับการปกป้องจากนาค

Nymphs (นิมฟ์): นิมฟ์เป็นจิตวิญญาณหรือตัวตนแห่งสิ่งของในธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ แม่น้ำ ไอหมอก และภูเขา พวกเธอจะอยู่ในรูปของหญิงบริสุทธิ์ผู้งดงาม ในตำนานของกรีก Dryad (ดรายแอด) และ Hamadryad (ฮามาดรายแอด) เป็นจิตวิญญาณแห่งต้นไม้ ดรายแอดอาศัยอยู่ในป่าและฮามาดรายแอดจะมีพันธะกับต้นไม้บางต้นเท่านั้น ชีวิตของพวกเธอจะยืนยาวตราบที่ต้นไม้ที่เธอสิงสู่ยังมีชีวิตอยู่

สำหรับนิมฟ์ของสิ่งอื่น ๆ ก็มี Oread นิมฟ์แห่งภูเขา Naiad นิมฟ์แห่งน้ำ ผู้อาศัยอยู่ในแม่น้ำหรือไอหมอก และ Nereid นิมฟ์แห่งทะเลซึ่งเป็นบุตรสาวของเทพแห่งทะเลนาม Nereus

Ruhk (รุค): อีกชื่อหนึ่งของเจ้าตัวนี้คือ Roc รุคเป็นนกยักษ์มาจากตำนานของอาหรับ และเล่ากันว่ามันตัวใหญ่เสียจนบังพระอาทิตย์มิดเมื่อมันบิน ขาของมันขาหนึ่งใหญ่เท่ากับขาไก่ 148 ขา มันจะออกล่าช้างมาให้ลูกของมันกินทุกวัน ทุกครั้งที่มันออกบินปีกของมันจะสะบัดอย่างรุนแรงทำให้เกิดพายุและฟ้าแลบ ในตำนานบางเรื่องของอาหรับบอกว่ารุคจะไม่มีวันหยุดยืนบนพื้นโลกเว้นเสียจากบนภูเขา Qaf สำหรับอีกตำนานหนึ่งบอกว่ารุคอาศัยอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย และมันมักจะบินไปที่อินเดีย คาบสมุทรอาระเบีย หรือแอฟริกาเพื่อหาอาหาร

Sea Lion (ซี ไลออน): ซี ไลออนหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “สิงโตทะเล” นั้นจัดอยู่ในสัตว์กลุ่มเดียวกับคิเมร่าหรือมันติคอร์ มันมีส่วนด้านหน้าเหมือนกับสิงโต มีเล็บและศีรษะซึ่งมีแผงคอ ส่วนด้านหลังนั้นคล้ายกับปลาสีเงินตัวใหญ่ สิงโตทะเลอาศัยอยู่บริเวณโขดหินใกล้กับชายทะเล มันมีเขี้ยวและเล็บอันทรงพลังที่อันตรายมากเมื่อมันโกรธ นอกจากนั้นยังมีหางอันแข็งแกร่งกับขาหน้าที่เป็นพังผืดช่วยให้เคลื่อนที่ได้เร็วมากในน้ำ เสียงคำรามของมันสามารถได้ยินแม้อยู่ใต้ทะเล กล่าวกันว่าชาวเรือจะได้ยินเสียงร้องของสิงโตทะเลอย่างหิวกระหายเมื่อเรือของพวกเขาเข้าใกล้โขดหินหรือฝั่งทะเลที่อันตราย

Shark Man (ชาร์คแมน): ชาร์คแมนหรือ “มนุษย์ฉลาม” นั้นคล้ายคลึงกับมนุษย์หมาป่า ชาร์คแมนบริเวณเกาะฮาวายสามารถเปลี่ยนร่างไปมาระหว่างมนุษย์กับฉลามได้ ขณะที่เป็นฉลาม เขาจะมีสัญชาตญาณสัตว์เต็มรูปแบบและมักจะลงมือล่าเหยื่อโดยไม่สนใจว่าจะเป็นเพื่อนบ้านของร่างมนุษย์ของเขาหรือไม่ ชาร์คแมนที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Nanaue บุตรของหญิงใกล้ตายกับพระเจ้าแห่งฉลาม (Shark God) Nanaue มีปากฉลามบนหลังของเขา เมื่อเขาลงน้ำจะกลายร่างเป็นปลาฉลาม และเขาจะบาดเจ็บได้ง่ายถ้าไม่ลงน้ำ เมื่อเขารู้ว่าเขาเป็นมนุษย์ฉลามก็รีบย้ายไปหมู่บ้านอื่นทันที ในที่สุดเขาได้ติดกับดักของชาวประมงขณะที่ยังเป็นปลาฉลาม และถูกฆ่าโดยตัดเป็นเนื้อเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปเผา

พอแค่นี้ก่อนนะ(ยังมีอีกเป็นสิบๆตัว)
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
xaviera
นักเรียนใหม่สุดแนว
นักเรียนใหม่สุดแนว
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 56
อายุ : 23
Localisation : ต่อให้อยากบอกคำนี้แค่ไหนเธอก็คงไม่ได้ยิน ถึงได้ยินก็คงไม่ให้อภัย แต่ก็อยากบอกว่า "ขอโทษนะ....เพื่อน"
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 7:19 am

ขอบคุณค่ะคุณ rockman ที่ช่วยหามาลง
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 9:12 am

คนแคระ ในตำนาน เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมือนคนตัวเล็กๆ อันนี้ต้องบอกก่อนว่า คำว่าตัวเล็กในที่นี้คือ ตัวเตี้ยกว่ามนุษย์ถึง1/2เท่า บางตำนานก็กล่าวเช่นนั้น แต่บางตำนานก็บอกว่าเล็กจริงๆนะ ทั้งขนาดตัวและความสูงด้วย แต่อย่านำไปปะปนกับศัพย์ที่ใช้ทางชีววิทยานะ

Dwarfนี้ จะมีอายุยืนยาว ดังนั้นในบางตำนานถึงเกือบทุกตำนาน จะเห็นเป็นภาพคนเตี้ยอ้วนป้อม หนวดเครายาวเฟิ้มหน้าตาแก่ๆหน่อย ถิ่นที่อยู่อาศัยที่ชอบก็ได้แก่ในถ้ำ
ต่างๆ หรืออุโมงค์ใต้ดิน [บางตำนานว่าคล้ายๆกับว่าเป็นเนินดิน แล้วขุดเข้าไปอยู่ในนั้นน่ะ มองไปก็เหมือนเป็นเนินหญ้าที่มีปล่องไฟยื่นออกมาน่ารักดี] บางตำนานก็กล่าวว่าอยู่ในต้นไม้กลวงๆ

Dwarf มีนิสัยอยางหนึ่งที่พบได้ในตำนานทั่วไปคือ เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสะสมพวกของแร่ธาตุที่มีค่ามาก เช่นเพชรพลอย ทองคำ โลหะ เป็นต้น บางตำนานก็กล่าวว่าเป็นนักเหมืองแร่ตัวฉกาจ หรือนักประดิษฐ์ประดอยฝีมือเยี่ยม[ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ หรือเครื่องของประดับ แล้วแต่ตำนานนะคะ] และมีนิสัยที่กล้าหาญ บางครั้งก็ดุดัน มุทะลุ เป็นนักรบฝีมือดีเยี่ยม มีความอดทนสูง อาวุธที่มักพบคือขวาน หรือพลวง

มนุษย์หมาป่า เป็นมนุษย์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนหรือแปลงร่างของตนเองในรูปของหมาป่า ซึ่งแบ่งได้เป็น2ประเภทใหญ่ที่เจอกันบ่อยคือ เป็นทั้งหมาป่าและคนในขณะเดียวกัน คือทรงตัวด้วย 2 ขาได้เหมือนคน หรือส่วนลำตัวเป็นคน นอกจากนั้ไม่ว่าหัว แขน ขา ก็มีลักษณะเหมือนหมาป่าไปหมด

อีกประเถทคือ อยู่ในร่างใดร่างหนึ่ง เพียงร่างเดียว คือปกติก็เป็นคนเต็มตัว แต่พอกลายร่างก็เป็นหมาป่าทั้งตัว ไม่มีความเป็นมนุษย์ให้เห็นเป็นต้น (แต่แบบนี้รู้สึกจะหายากหน่อย)

มนุษย์หมาป่า เป็นมนุษย์ที่เรียกได้ว่าถูกสาป ยามใดที่พระจันทร์เต็มดวงส่องแสง หรือบางตำนานก็แค่เมื่อเริ่มกลางคืนของคืนพระจันทร์เต็มดวง จิตวิญญาณ ความรู้สึก และร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสัตว์ดุร้าย น่ากลัว ที่พร้อมจะฆ่าทุกๆชีวิตที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ได้ในทันที หรือมนุษย์หมาป่านั่นเอง บางประเภทไม่มีความทรงจำขณะกลายร่างอยู่เลย หรือไม่มีความรู้สึกในขณะเป็นคนเหลือ ในขณะที่บางประเภทสามารถควบคุมตนเองได้ดี

การทำลาย หรือฆ่า ทำได้วิธีเดียวคือใช้วัตถุมีคมซึ่งทำจากเงินไปปลิดชีวิตมันเท่านั้น และการสืบต่อเผ่าพันธุ์มีสองอย่างคือ เหยื่อที่ถูกกัด แต่ไม่ตายก็จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่ามนุษย์ หรือสืบต่อกันตามเชื้อสาย(พบยาก เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่มีชีวิตอยู่รอดไปหาคุณสามีหรือภรรยาต่อ หรือตกดึกก็หายตัวไปอะไรทำนองเนี้ย!!)

นกอินทรียักษ์ มาจากตำนานของพวกอินเดียแดงทางฝั่งอเมริกันโน่นแน่ะ มีสิ่งพิเศษนอกจากจะเป็นนกยักษ์คือมีสายฟ้าสะท้อนมาจากจงอยปากอันคมกริบ เมื่อไรที่มันตีปีกแล้วละก็ จะทำให้เกิดสายฟ้าซึ่งมีพลังมหาศาลสามารถทำลายทุกสิ่งรอบตัวลงไปได้ทีเดียว ลักษณะทั่วไปคล้ายนกอินทรีสีน้ำตาล ปลายปีกออกสีเลื่อมทอง อาศัยอยู่บนยอดเทือกเขาสูงเป็นเชิงผา บางครั้งรูปร่างก็คล้ายเยี่ยวสีน้ำตาล

เทพยาดา นางฟ้าของติวตอนิค ถ้าเทียบกับกับไทยก็อาจเรียกได้ว่าพวกภูต,พราย ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนางไม้ตัวเล็กๆประจำภูเขาหรือป่า แบ่งได้เป็นสองพวกคือ Good Elf และ Dark Elf

พวกแรกมีนิสัยขี้เล่นซุกซน ลักษณะของภูตพวกนี้จะคล้ายๆกับคนธรรมดา บางประเภทตัวเท่ามนุษย์ บางประเภทตัวเล็กกระจ้อยร่อย แต่ที่กล่าวเหมือนกันคือจะมีหูที่แหลมยาว และมีปีกคล้ายแมลงปอ มีบางประเภทที่เป็นนักรบมีอาวุธประจำกายคือธนูและหอก สามารถยิงธนูและปาหอกได้แม่นยำมาก พวกพรายนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะเป็นพวกที่มาจากเทวดาอีกที มีเวทย์มนตร์เล็กๆน้อยๆ

ส่วนพวกDark Elfนั้นเป็นพวกที่มีลำตัวเตี้ย รูปร่างแคระแกร็น หน้าตาน่าเกลียด ชอบแกล้งมนุษย์โดยเฉพาะเด็ก ชอบทำให้เกิดฝันร้าย และบางพวกนั้นดูดเอาพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นมาเป็นพลังงานของตน

เคยเจอว่าบางตำนานได้พูดถึงพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บาง ของพวกเอลฟ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

อินคิวบัส(เพิ่มเติมจากข้อมูลครั้งที่แล้ว) มาจากตำนานพื้นเมืองของยุโรปในยุคกลาง (ยุคมืด เรื่องนี้จึงค่อนข้างเลวร้าย)

เป็นปีศาจชายที่ล่อลวง ทำร้ายเหยื่อผู้หญิงในความฝันของพวกเธอ คนที่เป็นเหยื่อจะไม่มีทางตื่นขึ้นภายใต้อำนาจของอินคิวบัส แต่จะรู้สึกได้ถึงสิ่งที่มันกระทำในฝันร้ายนั้น

เมื่อเธอ(ผู้เป็นเหยื่อ)ตื่นขึ้นมา จะพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ และบุตรที่กำเนิดออกมานั้น จะไม่มีอะไรผิดแปลกจากมนุษย์ทั่วไปเสียแต่ว่าจะมีอำนาจมนตร์ หรือความสามารถเหนือธรรมชาติมากกว่ามนุษย์อื่น

อำนาจที่ว่านั้นออกไปทางชั่วร้าย ศาสตร์มืด เด็กที่เติบโตขึ้น ส่วนใหญ่แล้วท้ายที่สุดจะกลายเป็นบุคคลชั่วร้าย หรือพ่อมดผู้ทรงอำนาจและพลัง

มีตำนานกล่าวว่า พ่อมดเมอร์ลินเองก็เป็นทารกที่เกิดจากอินคิวบัสกับแม่ชีองค์หนึ่ง

Succubus ก็เป็นอินคิวบัสเหมือนกัน แต่เป็ฯเพศหญิงและจ้องจับเหยื่อผู้ชายเท่านั้น

บางตำนานเล่าว่า ทั้งIncubusและSuccubusเป็นหนึ่งในพวกเทพยาดาที่โดนลงโทษและถูกขับออกจากสวรรค์
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 9:21 am

ครอกกาไทรส์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างเหมือนกับBasilisk ไม่ว่าจะเป็นทางด้านต้นกำเนิดหรือเรื่องๆอื่น จนบางคนคิดว่าเป็นตัวเดียวกันซะอีก แต่ความจริงย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวก็คือ มันเป็นคนละตัวกันค่ะ!!

atriceตัวนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะอยู่ระหว่าง "ไก่" และ "มังกร" แค่มันจ้องไปที่สิ่งมีชีวิตอื่นใด สิ่งมีชีวิตนั้นอันต้องกลายเป็นหินทีเดียว และที่แน่นอนคือมันเกิดออกมาจากไข่ของพ่อไก่!!! (หมายเหตุ: คงเกิดจากการแปรผันทางพันธุกรรม การกลายพันธุ์ หรือความผิดพลาดทางด้านยีนส์, โครโมโซม ไม่กัมมันตภาพรังสีล่ะมั้ง ~อันนี้ล้อเล่นนะคะ)

จุดเด่นที่ทำให้มันแตกต่างกะBasiliskจริงๆคือ ที่ผิวของมันจะไม่ปกคลุมด้วยเกล็ดตลอดทั้งตัวแบบ จะมีบางส่วนเป็นขนแบบไก่ ลักษณะทางกายภาพทั่วไปค่อนข้างคล้ายไก่ยักษ์ มีปีกบริเวณด้านข้างของลำตัว มีจงอยปากยาว ตาคมแดงดุ มีหางยาวงอกออกมาเหมือนมังกรหรืองู(บริเวณนี้จะไม่มีขนปกคลุมแต่จะเป็นเกล็ด

โนทอร์ สัตว์ประหลาดกินมนุษย์ ครึ่งบนเป็นวัวกระทิง ครึ่งล่างเป็นคน อาศัยอยู่ในบริเวณเขาวงกตอันลี้ลับ หรือแลบบิรินส์ แห่งอาณาจักรมิโนอัน และถูกสังหารโดยธีซีอุส วีรบุรุษคนหนึ่งของกรีก

แม่มดขาว ตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนาร์เนีย เธอไม่ได้มีรูปร่างอัปลักษณ์ตามแบบ ฉบับแม่มดทั่วไป แต่ดูเหมือนมนุษย์ มีผิวขาว งดงามดุจเทพธิดา โหดร้าย เอาแต่ใจ ไร้ความรู้สึก ว่ากันว่าแม่มดขาวเป็นลูกของลิลิธ ภรรยาคนแรกของอดัม เธออาศัยเวทมนตร์วิเศษจากคทา ด้วยคทานี้ สามารถเสกให้คนกลายเป็นหินได้ ที่ปราสาทของเธอ เต็มไปด้วยรูปปั้นของมนุษย์ที่ถูกสาปเป็นหิน และเธอยังสาปให้ดินแดนนาร์เนียตกอยู่ใต้ฤดูหนาวอันโหดร้ายเป็นเวลา 100 ปี แต่ไม่มีคริสต์มาส! ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งดีๆ...

มังกรฟ้า 青龍 (ชิงหลง ในภาษาจีน เซริว ในภาษาญี่ปุ่น หรือ ชุง รวอง ในภาษาเกาหลี) เทพอสูรแห่งทิศตะวันออก ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ผลิ สีประจำคือสีฟ้า (หรือเขียว) เป็นอสูรธาตุไม้ แสดงถึง คุณงามความดี ความเหมาะสม ความสงบสุขและมั่นคงของบ้านเมือง (ควบคุมดินฟ้าอากาศ และ เป็นสัญลักษณ์แห่งจักรพรรดิ) มักถูกใช้เป็นขั้วตรงข้ามกับ หงส์แดง (ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งจักรพรรดินี ตามความเชื่อของญี่ปุ่น)

หงส์แดง 朱雀 (จูเชว่ ใน ภาษาจีน ซูซาคุ ในภาษาญี่ปุ่น หรือ จู จัก ในภาษาเกาหลี) เทพอสูรแห่งทิศใต้ ตัวแทนแห่งฤดูร้อน สีประจำคือสีแดง เป็นอสูรธาตุไฟ ถูกจับคู่กับมังกรฟ้า ในฐานะความสมดุลตามธรรมชาติความสุขในการสมรสเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ แสดงถึงความรู้ หงส์แดงถูกสื่อผ่านขนสีเพลิงที่ส่องสว่าง พร้อมกับเสียงขับขานอันน่าหลงใหล ซึ่งจะปรากฏตัวในยามมงคลเท่านั้น ซึ่งในพระราชวังของญี่ปุ่นมีรั้วที่สร้างสิริมงคลอย่าง ซูซาคุมง หรือ รั้วหงส์แดง ด้วย

พยัคฆ์ขาว 白虎 (ไป๋หู่ ในภาษาจีน เบียคโกะ ในภาษาญี่ปุ่น หรือ แบค โฮ ในภาษาเกาหลี) เทพอสูรแห่งทิศตะวันตก ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นอสูรธาตุโลหะ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลุมศพตามตำราจีน จากเหตุการณ์พิธีศพ ของจักรพรรดิจีน สัญลักษณ์ของธาตุโลหะถูกเปรียบเทียบให้เป็นตัวแทนของ เทพอสูรพยัคฆ์กำลังก้มเคารพศพของจักรพรรดิ พยัคฆ์ขาวเป็นเทพอสูรแห่งการปกป้อง การคุ้มครอง เป็นราชาแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง รวมถึงเป็นราชันย์แห่งขุนเขาด้วย เครื่องประดับหยกที่ทำเป็นรูป็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรบและการทหารด้วย นอกจากเสือจะเป็นเทพอสูรที่คอยขับไล่เหล่าศัตรูของจักรพรรดิจีน แล้วยังคอยขับไล่ภูตผีปีศาจไม่ให้เข้ามาทำลายบ้านเมืองอีกด้วย

เต่าดำ 玄武 (เสวียนอู่ ในภาษาจีน เกนบุ ในภาษาญี่ปุ่น หรือ ฮยุน มู ในภาษาเกาหลี) เทพอสูรแห่งทิศเหนือ ตัวแทนฤดูหนาว เป็นอสูรธาตุน้ำ (ในบางครั้งรวมธาตุดินเข้าไปด้วย) เทพอสูรตัวนี้ถูกสื่อออกมาในรูปของเต่าสีดำที่ถูกพันรอบด้วยงู เป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนาพุทธ ความศรัทธา อายุยืนยาว ความสุข มีความเชื่อว่าถ้าเทพอสูรเต่าอายุถึง หนึ่งพันปี จะสามารถพูดภาษาคนและทำนายเหตุการณ์อนาคตได้ กล่าวกันว่ากระดองของเต่าสื่อถึงหลังคาแห่งจักรวาล เทพอสูรตัวนี้มีสัญลักษณ์เป็น เต่า และมีสีดำ รวมถึงประจำทิศเหนือซึ่งถือว่าเป็นทิศที่ไม่ค่อยมงคลสำหรับชาวจีน ก็เพราะ คำว่าเต่าในภาษาจีน มีความหมายในแง่ลบ

go.....shoot อ้าวไม่ไช่เหรอนึกว่าเบเบลด555หน้าแตก

ชูปาคาบรา (Chupacabra) เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับในตำนานชนิดหนึ่ง มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นมันครั้งแรกในเปอร์โตริโกในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 และมีหลายคนรายงานว่า มันได้ฆ่าสัตว์ชนิดต่างๆเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้พบเห็นมันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

จากลักษณะที่ผู้ที่พบเห็นสังเกต ชูปาคาบราที่ลักษณะคล้ายกิ้งก่า มีสีเขียวอมเทา มีความสูงประมาณ 1 เมตร และมีท่ายื่นและกระโดดคล้ายจิงโจ้
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 9:25 am

อ่าลืมบอก เครดิต --มินวู-ซีวอน-ยูโน-ไจ่ไจ๋-- เว็ปเด็กดี
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
rockman
ปีสองหน้าติ๋ม
ปีสองหน้าติ๋ม
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 120
อายุ : 25
Localisation : สายลับจากอนาคต
Registration date : 16/08/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 9:51 am

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=937432
คลิปวีดีโอเนสซีสยอง
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/aquar/
เหมันต์
หัวหน้าภารโรง
หัวหน้าภารโรง
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 1465
อายุ : 23
Localisation : อยู่ข้างเทอร์นี่งัย เห็นมั๊ยเอ่ย...
Registration date : 11/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 1:14 pm

อ่า...อ่านไปอ่านมา ข้อมูลสัตว์ประหลาด(???)ชักจะตีกันแระ ส่วนคลิปวีดีโอกำลังรอโหลดอยู่ อีกครึ่งชาติ = ="
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://www.zheza.com/index.php?a=blog&b=entry&uid=64625&eid=7
>>natta<<
ปีสองสุดโฉด
ปีสองสุดโฉด
avatar

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 279
Localisation : เร่ร่อน
Registration date : 23/01/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: สัตว์ในตำนาน   Fri Oct 19, 2007 3:35 pm

โอ้โห *-*

ช้อมูลเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลยขอรับ

กว่าจะอ่านจบ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
สัตว์ในตำนาน
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 2เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : 1, 2  Next

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
KA-SHEN Board :: KA-SHEN :: ป่าสวนอาหาร-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: